จากกรณี นางผุสดี อัญชัญภาติ อายุ 50 ปี หญิงขับแท็กซี่ไล่ผู้โดยสารลงจากรถ เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สน.บางเขน หลังจากถูกออกหมายจับคดีลักทรัพย์ผู้โดยสาร เมื่อปี 2558 โดยก่อนหน้านี้ผู้โดยสารเข้าแจ้งความว่า ถูกนางผุสดีไล่ลงจากรถ และขับรถออกนอกเส้นทาง ทั้งยังลักทรัพย์เป็นเงินสดกว่า 10,000 บาท พร้อมโทรศัพท์มือถือ และทรัพย์สินมีค่าอื่นๆ ก่อนขับรถหลบหนีไป โดยได้เข้ามอบตัวเมื่อช่วงสาย วันที่ 5 เมษยน พร้อมทนายความ ก่อนที่ตำรวจจะนำตัวไปสอบสวน โดยมี พล.ต.ต.มนตรี ยิ้มแย้ม รองผบช.น. มาร่วมสอบสวนด้วยตัวเอง
ล่าสุดเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 5 เมษายน นายวิเชียร เพชรจำนงค์ ทนายความของนางผุสดี เปิดเผยภายหลังการสอบปากคำเสร็จสิ้นว่า นางผุสดีเคยเป็นคนมีฐานะดีเข้าขั้นร่ำรวย เคยเปิดกิจการร้านอาหารญี่ปุ่นย่านสีลมแต่ประสบปัญหาเหตุการณ์ปิดถนนประท้วงทางการเมืองเมื่อหลายปีก่อน ทำให้การค้าขายย่านสีลมล่มสลาย จึงถูกธนาคารยึดทรัพย์บ้านพักมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท กลายเป็นคนสิ้นเนื้อประดาตัว อีกทั้งยังถูกสามีทอดทิ้งไปมีครอบครัวใหม่ ต้องหาเลี้ยงลูกสองคนตามลำพัง จนเกิดภาวะเครียดสะสม
นายวิเชียร ยังกล่าวอีกว่า นางผุสดีเป็นบุคคลที่น่าสงสาร เพราะหลังล้มละลายจากปัญหาธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น ต้องยึดอาชีพขับรถแท็กซี่หาเงินส่งลูก 2 คนเรียนมหาวิทยาลัย จากคนร่ำรวยตกอับเป็นแค่คนขับรถแท็กซี่ หาเช้ากินค่ำ และยังมีภาระอื่นๆอีกมากมาย ความกดดันเหล่านี้ที่สะสมมาเป็นเวลานาน ทำให้นางผุศดีกลายเป็นคนสองบุคลิก ขอให้สังคมให้อภัยและเห็นใจ ผลของคลิปยังทำให้ญาติของนางผสุดีไม่กล้าออกจากบ้านอีกด้วย ซึ่งหลังจากนี้ นางผสุดี จะกลับไปใช้ชีวิตที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ไม่กลับทำงานขับรถแท็กซี่อีกแล้วนายวิเชียร กล่าวอีกว่า ส่วนคดีความนางผุสดียืนยันจะต่อสู้คดีลักทรัพย์เงินสด 10,000 บาท ท้องที่ สน.บางเขน ให้ถึงที่สุด เนื่องจากไม่ได้เป็นคนลักทรัพย์ผู้โดยสารตามที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา แต่อย่างใด แต่ยอมรับหลังส่งผู้โดยสารซึ่งเป็นผู้เสียหายและนำรถส่งคืนให้สหกรณ์แท็กซี่ พบกระเป๋าสตางค์ของผู้เสียหายบริเวณเบาะนั่งด้านหลังคนขับจริง เมื่อเปิดกระเป๋าดูภายในไม่พบเงินดังกล่าวแต่อย่างใด ประกอบกับหลังผู้โดยสารคนนี้ลงไปแล้วก็มีผู้โดยสารคนอื่นๆ ขึ้นมาอีก หลายคนทั้งนี้ทนายความได้เตรียมหลักทรัพย์มูลค่า 2 แสนบาท ไว้ยื่นประกันตัวในชั้นอัยการอีกด้วย
ต่อมาเวลา 14.20 น.วันเดียวกัน นางปยานี ยมนนท์ อายุ 34 ปี ผู้เสียหายถูกป้าแท็กซี่ชิงทรัพย์ พื้นที่ สน.พหลโยธิน เข้าชี้ตัวนางผุสดีที่ สน.บางเขน พร้อมเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อวันที่ 7 ก.ย.57 ตนเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ จากห้างเซ็นทรัลลาดพร้าว ไปซอยลาดพร้าว 1 ปรากฏว่านางผุสดี ป้าแท็กซี่ ขับรถอ้อม ตนจึงออกปากถามทำให้นางผุสดีแสดงอาการก้าวร้าวออกอาการเกรี้ยวกราด เมื่อตนขอลงนางผุสดีได้กระชากกระเป๋าสตางค์ ในนั้นมีเงินสด 2,000 บาท ขับรถกระชากออกไปอย่างรวดเร็ว จนร่างตนเซถลาล้มลงได้รับบาดเจ็บ ส่วนที่ว่าป้าเครียดจากชีวิตจึงแสดงอาการก้าวร้าวก็ไม่ใช่เหตุที่จะมาเกรี้ยวกราดกร้าวร้าวใส่ผู้อื่น เพราะคนอื่นๆทั่วไปเขาก็เครียดเหมือนกัน ไม่ใช่เครียดเฉพาะนางผุสดีคนเดียวในเวลาเดียวกัน นางน้อง(นามสมมติ) ผู้เสียหาย สน.บางเขน เดินทางมาชี้ตัวนางผุสดี พร้อมเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อปี 2558 ตนจำได้ยังไม่ลืม ตนเรียกแท็กซี่จากเซ็นทรัลลาดพร้าว จะไปที่พักย่านบางเขน มากับลูกสาววัย 6 ขวบ ตอนนั้นนางผุสดีขับรถกระชาก ตนจึงขอลง นางผุสดีเกี้ยวกราดบอกอยากตายหรือ เมื่อลงจากรถนางผุสดีได้กระชากกระเป๋าสตางค์ไปจากมือในนั้นมีเงินสด10,000 บาท แล้วขับออกไป เหตุการณ์นั้นทำให้ลูกสาวของตนกลัวรถแท็กซี่ไปเลยทุกครั้งที่เรียกรถแท็กซี่ลูกสาวจะกลัวมากแม่เหตุการณ์จะผ่านไป 2 ปี แล้วก็ตาม