โดยมีประกาศกระทรวงพาณิชย์ ห้ามนำเข้า และประกาศคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ห้ามจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า แต่ขณะนี้มีความพยายามของบริษัทบุหรี่ข้ามชาติ ที่วิ่งเต้นจะขอให้มีการยกเลิกประกาศดังกล่าว โดยอ้างว่า บุหรี่ไฟฟ้าไม่มีอันตราย
ล่าสุด เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวว่า นิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้า เป็นสิ่งเสพติดที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และรายงานล่าสุดจากการสำรวจพฤติกรรมเสี่ยงของวัยรุ่นในสหรัฐอเมริกา พบว่า มีการใช้บุหรี่ไฟฟ้ามากกว่าบุหรี่ซิกาแรตแล้ว และการสำรวจยังพบว่า นักเรียนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้า หรือ บุหรี่ซิกาแรต มีอัตราการใช้ยาเสพติดชนิดอื่นและพฤติกรรมความเสี่ยงและความรุนแรงมากกว่า มีคู่นอนมากกว่า 4 เท่า เมื่อเทียบกับเด็กที่ไม่ได้สูบบุหรี่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ซิกาแรต รวมทั้งเด็กที่สูบทั้งบุหรี่ซิกาแรตและบุหรี่ไฟฟ้า มีแนวโน้มที่จะไม่ใช้ถุงยางอนามัยเวลามีเพศสัมพันธ์เมื่อเทียบกับเด็กที่ไม่ได้สูบทั้งสองอย่าง
ศ.นพ.ประกิต กล่าวเสริมว่า มีหลักฐานว่านิโคติน อาจจะเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งช่องปาก หลอดอาหารและตับอ่อน นิโคตินกระตุ้นให้มีการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลเพิ่มขึ้น ซึ่งสารนี้ทำให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้น เป็นสาเหตุของการเป็นโรคเบาหวาน นิโคตินกระตุ้นให้จำนวนเซลล์ผนังหลอดเลือดเพิ่มขึ้น ทำให้เส้นเลือดตีบ เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ และหลอดเลือดสมอง นิโคตินส่งผลต่อการพัฒนาของสมองทารกในครรภ์ ฯลฯ นิโคตินเป็นสารเสพติดที่มีอำนาจเสพติดเทียบเท่าเฮโรอีน
"หากเปิดให้มีการนำเข้าและจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเสรี นอกจากเป็นการมอมเมาเยาวชนให้เสี่ยงที่จะเสียคนแล้ว ครอบครัวและประเทศชาติจะสูญเสียเศรษฐกิจ เสียเงินตราออกนอกประเทศโดยไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย จึงขอให้รัฐบาลอย่าหลงเล่ห์เหลี่ยมของบริษัทบุหรี่ และขอให้ห้ามนำเข้าหรือจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าต่อไป" ศ.นพ.ประกิต กล่าวย้ำ