ช่วงเช้าวันนี้ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ประยุทธ เพชรคุณ บอกถึงความคืบหน้าคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยาหรือ บอส ทายาทเครื่องดื่มชูกำลัง กระทิงแดง ขับรถยนต์หรูพุ่งชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปราม สน.ทองหล่อ เสียชีวิต เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2555 ว่า หลังจากวันที่ 29มี.ค.2559 พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องนายวรยุทธในข้อหา ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและหลบหนีไม่หยุดให้ความช่วยเหลือตามสมควร ซึ่งตลอดระยะเวลาของปี 2559 หลังมีคำสั่งฟ้องสำนักงานอัยการสูงสุด ได้ติดตามตัวผู้ต้องหา เพื่อมารับฟังการพิจารณาทางคดี แต่นายวรยุทธ ได้ขอเลื่อนพบพนักงานอัยการ โดยอ้างว่าติดภาระกิจอยู่ต่างประเทศ และอ้างเหตุผลว่า ได้ไปร้องขอความเป็นธรรมต่อคณะกรรมาธิการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) เพื่อขอให้สอบสวนพยานเพิ่มเติมจากปากคำพยานผู้ชำนาญการพิเศษในประเด็นเรื่องความเร็วของรถ เพราะนายวรยุทธอ้างว่าไม่ได้ขับรถเร็ว
และในวันที่23ธ.ค.2559 คณะกรรมาธิการ สนช.ได้มีหนังสือแจ้งมาถึงอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ กรณีที่นายวรยุทธไปร้องขอความเป็นธรรมไว้ ว่า คณะกรรมาธิการได้ตั้งคณะทำงานศึกษาและสอบสวนข้อเท็จจริง และดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว จึงได้ส่งเอกสารรายงานมายังพนักงานอัยการเพื่อให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
ซึ่งวันนั้นนายวรยุทธ ก็ได้ไปยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรม ต่ออธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ ในเรื่องเดียวกัน ซึ่งพนักงานอัยการได้สั่งสอบสวนเพิ่มเติม ซึ่งขณะนี้สำนวนการสอบสวนเพิ่มเติมตามที่นายวรยุทธร้องขอ ได้เสร็จสิ้นแล้ว และได้ส่งมาถึงพนักงานอัยการซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณา
และในวันนี้เดิมพนักงานอัยการ ก็ได้นัดนายวรยุทธมาพบ แต่เมื่อวันที่ 23มี.ค.ที่ผ่านมา ทนายความของนายวรยุทธได้มีหนังสือขอเลื่อนเข้าพบพนักงานอัยการ โดยอ้างว่าติดภาระกิจที่ประเทศอังกฤษ ทั้งนี้ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ จึงได้อนุญาตให้เลื่อนนัดไปเป็นวันที่ 27 เม.ย.นี้
โดยรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ยืนยันว่าได้ติดตามเร่งรัดดำเนินคดีมาโดยตลอด ซึ่งไม่ได้ประวิงเวลา และ ในวันที่ 27 เม.ย. หากผู้ต้องหาขอเลื่อนพบพนักงานอัยการ โดยให้เหตุผลเดิม ก็จะไม่ยินยอมและจะดำเนินการขออำนาจศาลออกหมายจับ ทั้งนี้ที่ผ่านมาทางอัยการสูงสุดไม่ได้ดำเนินการล่าช้า เพราะจะต้องพิจารณาให้สิ้นกระแสความสงสัยของคดี แม้ว่าอายุความของข้อหาขับรถเร็วจะหมดอายุความไปแล้ว แต่ก็สามารถนำมาพิจารณาว่าความเร็วนั้นเป็นความประมาทหรือไม่ได้ ส่วนข้อหา ไม่หยุดให้ความช่วยเหลือและแจ้งเหตุต่อเจ้าหน้าที่ จะหมดอายุความในเดือนกันยายน 2560 และข้อหาขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและหลบหนี จะหมดอายุความ ปี 2570 ซึ่งทาง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ยืนยันว่า จะต้องดำเนินการก่อนหมดอายุความที่เหลืออย่างแน่นอน
ส่วนประเด็นที่มีข่าวว่ามีการย้ายชุดพนักงานอัยการของคดีดังกล่าวนั้นทางนายประยุทธ ระบุว่าเป็นการย้ายตามวาระและไม่ได้มีแรงกดดดันในการทำคดี