ที่เกิดเหตุเป็นปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงขนาดเล็ก ตั้งอยู่ริมทางหลวง 304 ถนนราชสีมากบินทร์บุรี บริเวณช่วงหลักกิโลเมตรที่ 266+400 ด้านขาเข้าอำเภอวังน้ำเขียว พบเปลวเพลิงกำลังลุกไหม้รถบรรทุกน้ำมันอย่างรวดเร็ว ทั้งเปลวเพลิงและควันไฟพวยพุ่งออกมาและลุกลามไหม้โครงเหล็กหลังคาอาคารชั้นเดียว ซึ่งเป็นที่ทำการและร้านขายของเบ็ดเตล็ด เจ้าหน้าที่ระดมกำลังใช้น้ำ และโฟมฉีดสกัดเพลิง พร้อมปิดเส้นทางจราจรด้านขาล่องหรือขาเข้า อ.วังน้ำเขียว และเปิดเลนให้รถสวนทางกัน ใช้เวลาประมาณ30นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัด
นายวิเชียรจันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้เดินทางมาตรวจสถานที่เกิดเหตุ พบความเสียหายรถบรรทุกน้ำมันและโครงเหล็กได้รับความเสียหาย ส่วนภาพบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่ 9 ที่แขวนอยู่ใกล้โครงเหล็กหลังคาไม่ได้รับความเสียหาย เป็นที่อัศจรรย์ใจกับผู้พบเห็นต่างยกมือท่วมศีรษะกับสิ่งที่เห็นกับตาตัวเอง
ด้านนายวิสูตร กล่าวว่า จากการสอบสวนก่อนเกิดเหตุมีคนขับและพนักงานปั๊มรวม3คน ได้ถ่ายเทน้ำมันเบนซินที่อยู่ในถังรถบรรทุกลงในแกลลอน แต่เกิดปัญหาผิดพลาดทางเทคนิคทำให้มีประกายไฟแล้วลุกลามไหม้น้ำมันเบนซินที่อยู่ในถังจำนวน14,000ลิตร อย่างรวดเร็วสุดวิสัยที่จะสามารถสกัดได้ทันท่วงที
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้เกี่ยวข้องทั้ง 3 ราย มาสอบสวนตามกระบวนการ เพื่อสรุปหาสาเหตุที่แท้จริงและตอบโจทย์ข้อสงสัย ทำไมต้องถ่ายน้ำมันลงในแกนลอน ซึ่งเป็นพฤติการณ์ลักขโมยน้ำมัน ซึ่งคนขับรถและเด็กปั๊มจะลักลอบเป็นประจำ