ผู้อำนวยการสำนักงานต่างประเทศ ป.ป.ช. นิติพันธ์ ประจวบเหมาะ บอกว่า ป.ป.ช.ได้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ จนพบพยานหลักฐานว่า นางจุฑามาศ มีทรัพย์สินเป็นบัญชีเงินฝาก อยู่ในประเทศอังกฤษ ไอร์แลนด์ สิงคโปร์ เกาะเจอร์ซี่ย์ และสวิตเซอร์แลนด์ โดยใช้ให้บุตรสาว เป็นผู้ถือครองทรัพย์สินแทน ซึ่งที่ผ่านมาบุตรสาวได้มีการชี้แจงถึงที่มาของเงินแล้ว แต่ไม่มีน้ำหนักมากเพียงพอที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะรับฟังได้
ป.ป.ช.จึงได้ประสานกับทางการสหรัฐให้อายัดทรัพย์สินดังกล่าว โดยสหรัฐฯ มีพันธกรณีที่จะต้องคืนทรัพย์สินให้กับรัฐไทย ตามอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ซึ่งหลังจากนี้ ป.ป.ช. จะรีบดำเนินการประสานกับทางการสหรัฐเพื่อติดตามทรัพย์สินที่ถูกอายัดไว้แล้วในต่างประเทศ ให้กลับคืนสู่ประเทศไทยโดยเร็ว
ในส่วนของคดีอาญา ที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนางจุฑามาศและบุตรสาว ซึ่งตกเป็นจำเลยจากการทุจริตเรียกรับสินบน และเอื้อประโยชน์ให้นักธุรกิจชาวอเมริกัน ดำเนินโครงการภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ เมื่อปี 2546-2550 และโครงการอื่นที่เกี่ยวข้องซึ่งศาลอาญาได้ทำการสืบพยานโจทก์และจำเลยจนเสร็จสิ้นแล้ว และมีนัดอ่านคำพิพากษาในวันที่ 29 มีนาคมนี้เวลา 09.00 น.
ส่วนการดำเนินคดีในต่างประเทศ กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ ได้ดำเนินคดีกับนายเจอรัลด์ กรีน และนางแพทริเซีย กรีนสองสามีภรรยา นักธุรกิจชาวอเมริกัน ในความผิดฐานให้สินบนกับเจ้าหน้าที่รัฐต่างประเทศ อันเป็นความผิดตามกฏหมายของสหรัฐฯ ซึ่งจำเลยทั้งสอง ได้รับโทษถึงที่สุดแล้ว
โดยกระทรวงยุติธรรมสหรัฐอยู่ระหว่างดำเนินคดีกับนางจุฑามาศ และบุตรสาว ในความผิดฐานฟอกเงิน และดำเนินการริบทรัพย์ทางแพ่ง โดยมีการอายัดเงินในบัญชีธนาคารต่างๆในต่างประเทศของบุตรสาว มูลค่ารวม 1 ล้าน 8 แสนเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 65 ล้านบาท โดยปัจจุบันทางการสหรัฐได้พักคดีไว้ก่อน เพื่อรอการพิจารณาคดีอาญาของศาลในประเทศไทย