เนชั่นทีวี

ข่าว

ฟังความจริงสองด้าน ปริศนาวิสามัญ "ชัยภูมิ ป่าแส"

23 มี.ค. 2560 | te

ฟังความจริงสองด้าน 
ปริศนาวิสามัญ "ชัยภูมิ ป่าแส"

ความตายของ ชัยภูมิ ป่าแส เยาวชนนักกิจกรรมชาวลาหู่ คือปริศนาที่สังคมต้องการคำตอบว่าเกิดอะไรขึ้นในเช้าวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา แม้เจ้าหน้าที่ชี้แจงว่าต้องวิสามัญเพื่อป้องกันตัว ขณะที่คนจำนวนไม่น้อยเชื่อว่าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ เนื่องจากมีประวัติที่ใสสะอาด

เริ่มกันที่ "ความจริง" จากฝั่งเจ้าหน้าที่
หลักฐานแรกที่เป็นทางการของคดีนี้ คือ คำให้การของทหารในเหตุการณ์ ซึ่งระบุว่า ในระหว่างที่ตรวจค้นรถทะเบียน ขก 3744 ได้พบยาบ้าซุกซ่อนอยู่จำนวน 2,800 เม็ด จึงจับกุมคนขับรถ ส่วนชายอีกหนึ่งคนที่นั่งรถมาด้วยซึ่งก็คือ นาย ชัยภูมิ ได้พยายามหลบหนีและทำท่าจะเขวี้ยงระเบิดใส่ เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจวิสามัญเพื่อป้องกันตัวเองสอดคล้องกับโฆษกกองทัพบก พันเอก วินธัย สุวารี ยืนยันถึงสิ่งที่เกิดขึ้นว่า การวิสามัญนาย ชัยภูมิ เป็นสิ่งที่ไม่ได้อยู่ในแผนการของเจ้าหน้าที่มาก่อน เพราะบริเวณที่เกิดเหตุคือจุดตั้งด่านตรวจค้นตามปกติ ไม่ใช่ชุดกองกำลังเฉพาะกิจที่ตั้งใจเข้าไปปราบปรามยาเสพติด ส่วนคำถามที่ว่าเป็นการกระทำที่สมเหตุสมผลหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการสอบสวนหาความจริงต่อไป
ที่น่าสนใจที่สุด คือการฟันธงชี้ชัดของผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ โยนข้อมูลออกมาว่า ผู้ตายเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอย่างแน่นอน เพราะมีหลักฐานว่าเงินจำนวนมากถูกโอนเข้าบัญชีของชัยภูมิทุกสัปดาห์ ขณะเดียวกันตำรวจยังได้จับตานาย ชัยภูมิ เป็นทุนเดิมอยู่แล้วในฐานะผู้ค้ายาเสพติดรายย่อย โดยตำรวจเคยวางแผนล่อซื้อยาบ้ากับชัยภูมิมาแล้ว โดยมีการโอนเงินที่ลงบันทึกประจำวันที่อำเภอสันทราย และนัดส่งมอบของกันที่หลังมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งนาย ชัยภูมิ ได้ใช้รถทะเบียนเดียวกับที่ใช้ในที่เกิดเหตุคือ ขก 3744 มาส่งของด้วยตัวเอง แต่ไหวตัวทันจึงขับรถหลบหนีไปได้
ซึ่งถ้าเป็นไปเช่นนั้นจริง ก็ถือได้ว่าหลักฐานของตำรวจมีน้ำหนักพอสมควร
อย่างไรก็ตาม ความจริงจากปากของเจ้าหน้าที่รัฐถูกตั้งข้อสังเกตหลายอย่าง โดยเฉพาะข้อมูลที่ชี้ว่าผู้ตายเกี่ยวข้องกับยาเสพติดรวมถึงอาวุธร้ายแรง ซึ่งสวนทางกับภาพลักษณ์ในใจของชาวบ้านในพื้นที่อยู่ไม่น้อยมูลนิธิผสานวัฒนธรรมซึ่งเคยทำงานร่วมกับผู้ตายอย่างใกล้ชิด ออกแถลงการณ์ตั้งข้อสังเกตถึงความตายครั้งนี้ เพราะที่ผ่านมา นาย ชัยภูมิ เป็นนักกิจกรรมคนสำคัญของเครือข่ายเยาวชนต้นกล้า รวมถึงการทำงานเพื่อเรียกร้องสิทธิการสัญชาติให้กับตัวเองและชุมชนด้วยแนวทางสันติวิธี แถลงการณ์ของมูลนิธิผสานวัฒนธรรม มีข้อสังเกตว่า เหตุการณ์นี้มีลักษณะคล้ายกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เมื่อเจ้าหน้าที่ตัดสินใจวิสามัญนาย อาเบ แซ่หมู่ ในพื้นที่เดียวกัน โดยเจ้าหน้าที่ก็ได้อ้างถึงเหตุผลเดียวกัน คือผู้ตายหลบหนีจากการตรวจค้นยาเสพติด ก่อนที่จะพยายามขว้างระเบิดใส่เจ้าหน้าที่เช่นเดียวกัน
จึงน่าสนใจว่านี่คือเหตุบังเอิญหรือไม่ เมื่อคดีที่มีลักษณะคล้ายกัน เกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน แถมยังเป็นพื้นที่เดียวกันอีก?
ส่วนประเด็นรถยนต์ส่วนตัวและเงินในบัญชีธนาคารนั้น แหล่งข่าวใกล้ชิดนายชัยภูมิ เล่าให้นักข่าวฟังว่า ชัยภูมิเป็นเด็กเรียบร้อย มีภาวะผู้นำสูง จนได้รับเลือกให้เป็นประธานนักเรียนโรงเรียนเชียงดาววิทยาคม นอกจากนี้ ยังเป็นนักกิจกรรมร่วมกับองค์กรด้านต่างๆ หลายองค์กร ซึ่งการเดินทางไปเป็นวิทยากรจะได้รับการสนับสนุนด้านเบี้ยเลี้ยง ประกอบกับเป็นคนขยันทำงาน จึงมีรายได้จากการหาของป่าในช่วงเวลาว่างจากเรียนหนังสือ
แหล่งข่าวคนเดียวกัน บอกด้วยว่า นายชัยภูมิเดินทางไปโรงเรียนด้วยรถเป็นประจำ หลังจากเก็บเงินฝากกับธนาคารโรงเรียนได้ จึงถอนออกมาเพื่อซื้อรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า แจ๊ส สีดำ หมายเลขทะเบียน ขก 3774 เชียงใหม่ ประมาณ 40,000 บาท หลังจากนั้นบัญชีก็ไม่ได้มีความเคลื่อนไหวมาก และการที่จะเปิดบัญชีของธนาคารพาณิชย์ทั่วไป คาดว่าไม่สามารถทำได้ เพราะชัยภูมิไม่มีบัตรประชาชน
จะเห็นได้ว่าทั้งสองฝั่งต่างก็มี "เรื่องเล่า" เกี่ยวกับชัยภูมิในเวอร์ชั่นของตัวเอง ทุกคนล้วนมีข้อมูลกับความเชื่อมั่นอันหนักแน่น สุดท้ายแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องค้นหาความจริงให้เร็วที่สุด โดยรัฐต้องไม่เข้าไปแทรกแซงการทำงาน และต้องเปิดโอกาสให้ภาคประชาสังคมเข้าไปร่วมตรวจสอบได้อย่างโปร่งใส เพื่อคืน "ความจริง" ที่ทุกฝ่ายยอมรับได้

ข่าวล่าสุด