นายไมตรี จำเริญสุขสกุล ประธานกลุ่มรักษ์ลาหู่ เปิดเผยว่า ชุมชนบ้านกองผักปิ้ง หมู่ 13 ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เป็นชุมชนของชนเผ่ามูเซอ หรือลาหู่ ในหมู่บ้านมีอยู่ประมาณ 70 หลังคาเรือน ทุกคนจะรู้จักกันหมด อาชีพหลักของชาวบ้านส่วนใหญ่ทำการเกษตร และหาของป่า สิ่งที่เริ่มเลือนหายไปคือศิลปวัฒนธรรมของชนเผ่า โดยเฉพาะการแต่งกาย การพูดภาษาชนเผ่า และการเต้นแจ่โก่ ซึ่งเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมานาน ปัจจุบันแทบจะไม่เห็นเด็กลาหู่รุ่นใหม่เต้นกันแล้ว แต่นายชัยภูมิ ป่าแส หรือชัย ได้พยายามที่จะรื้อฟื้นการเต้นแจ่โก่
โดยพยายามถ่ายทอดให้เด็กรุ่นหลังได้รู้จักการเต้นแจ่โก่ เพื่อเป็นการรักษาวัฒนธรรมนี้ไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลาที่เปลี่ยนแปลง นอกจากนั้นยังได้พยายามถ่ายทอดประเพณีวัฒนธรรมของชนเผ่าลาหู่ผ่านสื่อต่างๆ เพื่อให้สังคมทั่วไปได้รู้จักวัฒนธรรมชาวลาหู่ ชัยภูมิ จึงถือเป็นกำลังสำคัญของชุมชนที่พยายามรื้อฟื้นวัฒนธรรมของชนเผ่าให้เป็นที่รู้จักและไม่สูญหายไป รวมทั้งได้สอนให้เยาวชนในพื้นที่ใช้ภาษาลาหู่ได้อย่างถูกต้อง เพื่อต้องการให้เยาวชนรักและหวนแหนวัฒนธรรมชนเผ่าลาหู่
นอกจากนั้น เรื่องยาเสพติดในชุมชนถือได้ว่าเป็นพื้นที่เสี่ยงด้านยาเสพติด ชัยภูมิเอง ซึ่งอยู่ในความดูแลมาตั้งแต่อายุได้ 7-8 ปี ได้ถูกปลูกฝังให้ห่างไกลจากยาเสพติด และเป็นผู้นำของเยาวชนในชุมชนในการต่อต้านยาเสพติด ซึ่งถือได้ว่าประสบผลสำเร็จ โดยการใช้ดนตรีเข้ามาช่วยให้เยาวชนในพื้นที่ห่างไกลจากยาเสพติดได้ ส่วนตัวแล้วจึงไม่เชื่อว่าชัยภูมิจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด
สำหรับเรื่องบุคคลไร้สัญชาติที่นายชัยภูมิ ได้เรียกร้องขอมาโดยตลอด แต่ยังไม่ประสบผล ทำให้การใช้ชีวิตเป็นไปอย่างยากลำบาก การออกไปนอกชุมชนแต่ละครั้งจะต้องทำเรื่องขอจากทางอำเภอ อย่างไรก็ตามแม้ว่า ชัยภูมิ เองยังไม่ได้สัญชาติตามที่ตั้งใจไว้ แต่ก็ไม่คิดว่าเป็นอุปสรรค ยังคงต่อสู้เพื่อหวังว่าสักวันจะได้สัญชาติไทย ในชุมชนบ้านกองผักปิ้งเอง ยังมีลาหู่อีกนับร้อยคนที่ยังไม่มีสัญชาติ ซึ่งการใช้ชีวิตประจำวันเป็นไปด้วยความยากลำบาก ความตั้งใจของ ชัยภูมิ คือต้องการได้รับสัญชาติ และเรียนให้สูง เพื่อที่จะได้กลับมาเป็นครูสอนเด็กๆ ในชุมชนให้มีความรู้ และไม่ทิ้งประเพณีและวัฒนธรรมของชาวลาหู่