สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) เมื่อเวลา15.40 น. วันที่19 มีนาคม 2560 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดารองผบช.ภ.1 พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง แถลงผลการปฏิบัติการตรวจค้นแหล่งสะสมอาวุธสงคราม 9 จุด ในพื้นที่ 7 จังหวัด เครือข่าย นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ "โกตี๋" แกนนำเสื้อแดงปทุมธานี โดยสามารถยึดอาวุธปืน M16 จำนวน 4 กระบอก , เครื่องยิงลูกระเบิด M79 จำนวน 1 กระบอก , ปืนคาร์บิน จำนวน 1 กระบอก , ปืนลูกซองยาว จำนวน 1 กระบอก และปืนชนิดต่างๆรวม 13 กระบอก พร้อมกระสุนชนิดต่างๆ กว่า 5 พันนัด ป้ายผ้าสีแดง ระบุข้อความว่า โกตี๋ แดงปทุมฯ 3 ผืน และของกลางอื่นๆ ที่เข้าข่ายหมิ่นสถาบันเบื้องสูง เบื้องต้นได้ควบคุมตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 9 ราย และขณะนี้อยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่ทหาร
ทั้งนี้ จากการตรวจค้นดังกล่าว สืบเนื่องจากเมื่อต้นเดือนมีนาคม 2560 จากการสืบสวนหาข่าวของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง พบว่ามีกลุ่มคนที่เป็นเครือข่ายของนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ "โกตี๋" ผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับ ได้ร่วมกันวางแผนสะสมอาวุธอาวุธสงครามและวัตถุระเบิด เพื่อเตรียมก่อเหตุร้ายและความไม่สงบขึ้น หากเจ้าหน้าที่บ้านเมืองเข้าปิดล้อมตรวจค้นยึดพื้นที่วัดพระธรรมกาย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยพล.ต.อ.ศรีวราห์ จึงได้สั่งการให้ตรวจสอบข้อมูลจนเป็นที่แน่ชัด และเชื่อว่ามีการวางแผนที่จะลงมือกระทำความผิดจริง จึงรายงานให้กับบังคับบัญชาทราบ และได้รับคำสั่งให้ดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี
พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา กล่าวว่า บุคคลเหล่านี้เคยเข้าร่วมชุมนุมใหญ่ปี 2553 กับมวลชนคนเสื้อแดง ที่ผ่านมาโกตี๋ มีความพยายามใช้โซเชียลโจมตีการทำงานของรัฐบาลและ คสช. พร้อมทั้งมีการปลุกระดมให้ศิษย์วัดพระธรรมกาย ตอบโต้เจ้าหน้าที่ตำรวจในการเข้าค้นวัดพระธรรมกาย โดยการจัดตั้งกลุ่มมวลชนมาปะทะ และยังพบว่า 1 ใน 9 บุลลคที่เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวได้เคยปรากฏตัวบริเวณวัดพระธรรมกายด้วย เจ้าหน้าที่จึงติดตามจนนำไปสู่การควบคุมตัว
นอกจากนี้ยังพบการเตรียมการลอบทำร้ายผู้นำประเทศและบุคคลสำคัญประมาณช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2560โดยใช้นามแฝง "สหายหมาน้อย" จัดรายการวิทยุออนไลน์สู้เพื่อสหพันธรัฐไทย โดยมีการเผยแพร่ผ่าน YouTube ช่องไฟเย็นชาแนล ซึ่งมีเนื้อหาโจมตีการทำงานของรัฐบาล มีการเตรียมการลอบสังหาร พล.อ.ประยุทธ์ จันโอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และบุคคลสำคัญ ซึ่งอาวุธทั้งหลายเหล่านี้ คาดว่าเตรียมการไว้สำหรับสังหารผู้นำประเทศ และจากการติดตามยังพบว่า มีการกระทำความผิดที่เข้าข่ายหมิ่นสถาบันเบื้องสูง มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ผ่านรายการสู้เพื่อสหพันธรัฐไทย มีการใช้ถ้อยคำหมินสถาบัน อาฆาตมาดร้าย อีกทั้งยังมีการปลุกระดมมวลชนเพื่อให้ออกมาต่อต้านสถาบัน นอกจากนี้จากการตรวจค้นยังพบหลักฐานคือภาพสติกเกอร์ และแผ่นซีดี หมิ่นสถาบันอีกด้วย