นายธีธัช เปิดเผยภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าสอบปากคำลูกชายจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ก่อนเกิดเหตุลูกชายได้เดินทางไปพร้อมเพื่อนอีก 6 คน ด้วยรถจักรยานยนต์เพื่อไปเที่ยวภายในตลาด ซึ่งลูกชายได้เป็นผู้ขับขี่รถของเพื่อน หลังจากนำรถเข้าจอดได้มีรปภ.ของทางตลาดเข้ามาขอตรวจสอบรถ เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นมิจฉาชีพที่อาจมาลักขโมยรถจักรยานยนต์ แต่รถที่ขับไม่มีเอกสารแสดงความเป็นเจ้าของ ทำให้ทางรปภ. ต้องขอถ่ายบัตรประชาชน จนเกิดการโต้เถียงระหว่างรปภ.กับกลุ่มของลูกชาย ก่อนที่เรื่องจะจบลง จากนั้นลูกชายเดินเข้าไปเที่ยวในตลาด กระทั่งจะกลับขณะลูกชายไปที่รถได้เกิดมีปากเสียงกับกลุ่มรปภ.อีก จนเกิดการรุมทำร้าย โดยที่เพื่อนต่างวิ่งหลบหนี แต่ลูกชายหนีไม่ทัน ซึ่งผู้ที่อ้างว่าเป็นหัวหน้ารปภ.ได้ใช้อาวุธปืนตบที่ศีรษะ และมีรปภ.อีก 7-10 คน รุมทำร้าย ตนรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เดินทางมาสอบปากคำหลังเกิดเหตุ จึงได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กและมีการแชร์ออกไป ทั้งนี้เกรงว่าจะได้รับอันตรายจากกลุ่มผู้มีอิทธิพลภายในตลาดด้วย
ด้านพล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวถึงสาเหตุที่พนักงานสอบสวนยังไม่เข้าสอบปากคำ ว่า เนื่องจากผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บ และรักษาตัวอยู่ที่ห้องไอซียู จึงรอให้สามารถสอบปากคำได้ก่อน ทั้งนี้ตนได้กำชับให้พนักงานสอบสวนให้ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา พร้อมทั้งเร่งหาผู้ที่ก่อเหตุมาดำเนินคดี เบื้องต้นได้ให้หาประวัติและรูปถ่าย เพื่อให้ผู้เสียหายชี้กลุ่มที่ร่วมก่อเหตุ สำหรับข้อเท็จจริงอยู่ในระหว่างการสอบสวนของพนักงานสอบสวนสน.บางมด ยืนยันเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด
ทั้งนี้พล.ต.ท.ศานิตย์ได้เดินทางไปที่สน.บางมดเพื่อประชุมและตรวจสอบสำนวนคดีดังกล่าวด้วย