เนชั่นทีวี

ข่าว

ทั่วโลกจับตา! ปัจจัยเสี่ยงลงทุนเพิ่มขึ้นจากความร้อนแรงเดือนมี.ค.

14 มี.ค. 2560 | te

ทั่วโลกจับตา! ปัจจัยเสี่ยงลงทุนเพิ่มขึ้นจากความร้อนแรงเดือนมี.ค.

ขณะนี้ทั่วโลกกำลังจับตาปัจจัยเสี่ยงการลงทุนที่เพิ่มขึ้นจากความร้อนแรงในเดือนมีนาคม ทั้งปัญหาจากตลาดการเงินและปัญหาตึงเครียดของภมิรัฐศาสตร์ (Geopolitic) ท่ามกลางการเตรียมตัวฉลองครบรอบ 60 ปีของการรวมตัวเป็นสหภาพุโรป หรืออียู

โดยเฉพาะเมื่อ เทเรซา เมย์ เตรียมยื่นแผนแยกตัวจากอียูตามม.50 ภายใน 48 ชั่วโมง หลังสภาอังกฤษปลดล็อกไฟเขียวรัฐบาลเดินหน้าเจรจาตามมติ Brexit ขณะที่มีเสียงเรียกร้องต้องจากนายกรัฐมนตรีหญิงสกอตแลนด์ขอโหวตแยกตัวเป็นอิสระรอบ 2 ในช่วงปลายปี 2018 หรือราวต้นปี 2019
ดังนั้น ในขณะนี้จึงดูเหมือนว่า เทเรซา เมย์ ครั้งนี้ จะไม่ได้มีภาระเพียงแค่การเจรจาถอนสหราชอาณาจักรออกจากอียูเท่านั้น แต่ยังต้องประสบปัญหายุ่งยากซับซ้อนมากขึ้นจากเสียงร้องของสกอตแลนด์
ขณะที่วันที่ 15 มีนาคมเป็นอีกวันหนึ่งที่นักลงทุนทั่วโลกต้องจับตาผลกระทบจากการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ปัญหาหนี้สาธารณะของรัฐบาลสหรัฐที่พุ่งชนเพดาน รวมทั้งการเลือกตั้งในเนเธอร์แลนด์ที่ฝ่ายขวายังเป็นต่อ จะนำซึ่งความเสี่ยงการแยกตัวจากอียูในอนาคตหรือไม่
1.เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา สภาของอังฤษไฟเขียวร่างกฎหมาย Brexit เปิดทาง เทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษสามารถใช้มาตรา 50 ของสนธิสัญญาลิสบอนของสหภาพยุโรป (อียู) แยกตัวจากอียู เพื่อจะเริ่มกระบวนการ Brexit ในปลายเดือนมีนาคมนี้ ซึ่งการเจรจาจะใช้เวลา 2 ปี
เรียกว่าต้องจับตานายกรัฐมนตรีอังกฤษอาจประกาศใช้ม.50 ภายใน 48 ชั่วโมงนี้ ในการเริ่มต้นกระบวนการแยกตัวจากอียูหลังรัฐสภาอังกฤษได้ให้ความเห็นชอบต่อร่างกฎหมาย Brexit ไปแล้ว ซึ่งรัฐบาลอังกฤษนั้นต้องการเสรีภาพในการดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อตกลงที่ดี และเกิดประโยชน์กับอังกฤษมากที่สุด โดยปราศจากข้อจำกัดใดๆ


2.นิโคลา สเตอร์เจียน นายกรัฐมนตรีหญิงของสกอตแลนด์กลับมาเรียกร้องจัดทำประชามติแยกตัวเป็นอิสระรอบใหม่ในช่วงปลายปี 2018 หรือต้นปี 2019 เมื่อเงื่อนไขต่างๆ เกี่ยวกับการถอนตัวจากอียูของอังกฤษ มีความชัดเจนแล้ว โดยยืนยันว่า สกอตแลนด์จำเป็นต้องมีทางเลือกที่แท้จริงก่อนที่ตัวเลือกสำหรับอนาคตจะเกิดขึ้นสายเกินไป โดยที่ข้อเรียกร้องดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่เทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เตรียมเริ่มต้นกระบวนการ Brexit ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่ถูกคัดค้านจากชาวสกอตแลนด์ส่วนใหญ่ในการลงประชามติแยกตัวออกจากอียูเมื่อวันที่ 23 มิถุนายนปีที่แล้ว ถิงแม้ว่า คะแนนที่โหวตให้ถอนตัวอยู่ที่ 51.9% ก็ตาม แต่จะพบว่าผู้มีสิทธิ์ออกเสียงในอังกฤษและเวลส์โหวตออกจากอียู ขณะที่สกอตแลนด์และไอร์แลนด์เหนือ โหวตที่จะอยู่ต่อในอียู ทั้งนี้ ช่วง 2 ปีก่อนมีชาวสกอตแลนด์ปฏิเสธแยกตัวจากสหราชอาณาจักร 55% ต่อ 45% ในการลงประชามติเมื่อเดือนกันยายน 2014 แต่หลังจากนั้น เสียงสนับสนุนการแยกตัวเป็นอิสระของสกอตแลนด์ได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยที่ชาวสกอตแลนด์ไม่ใช่แค่ต้องการมีความสัมพันธ์กับยุโรปที่ต่างออกไป ที่ไม่ใช่แค่อียู แต่ยังรวมถึงตลาดเดี่ยวด้วย
ในขณะนี้จึงดูเหมือนว่า เทเรซา เมย์ จะไม่ได้มีภาระเพียงแค่การเจรจาถอนสหราชอาณาจักรออกจากอียู แต่ยังต้องประสบปัญหายุ่งยากซับซ้อนมากขึ้นจากข้อเรียกร้องจัดทำประชามติแยกตัวเป็นอิสระรอบใหม่ของสกอตแลนด์ในช่วงปลายปี 2018 หรือต้นปี 2019 อีกด้วย


3.ขณะที่วันที่ 15 มีนาคมนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่นักลงทุนทั่วโลกต้องจับตาผลกระทบจากการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ และปัญหาหนี้สาธารณะของรัฐบาลสหรัฐที่พุ่งชนเพดาน ที่ทำให้นักลงทุนยังคงเฝ้าดูการเคลื่อนไหวของตลาดซึ่งส่งผลต่อสภาพคล่องที่หดหายไปจากตลาดในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะจากความเสี่ยงของตลาดบอนด์สหรัฐที่มัตราเสี่ยงของบอนด์ยัลด์ 10 ปีพุ่งทะลุยืนเหนือ 2.62% ซึ่งเข้าใกล้จุดเสี่ยงที่บรรดาผู้บริหารกองทุนเฮดจ์ฟันด์มีความกังวลหากบอนด์ยีลด์วิ่งขึ้นไปถึงระดับ 2.75% ที่หลายคนเชื่อว่าเป็นจุดเสี่ยงที่เป็นอันตรายต่อการพังทลายของตลาดบอนด์


4.รวมทั้งการเลือกตั้งในเนเธอร์แลนด์ที่ฝ่ายขวายังเป็นต่อ จะนำซึ่งความเสี่ยงการแยกตัวจากอียูในอนาคตหรือไม่ ถึงแม้ว่าอียูกำลังเตรียมตัวที่จะฉลองการรวมตัวเป็นสหภาพยุโรปมาครบรอบ 6 ทศวรรษในวันที่ 25 มีนาคมนี้ก็ตาม แต่ความเสี่ยงต่อการรวมตัวเป็นปึกแผ่นของยุโรปที่มีสมาชิกถึง 27 ประเทศโดยไม่นับรวมอังกฤษ กพลังถูกท้าทายความแข็งแกร่งของอียูในอนาคตจะยังคงสามารถฟื้นตัวกลับมาได้หรือไม่ รวมถึงอนาคตของสกุลเงินยูโรที่มีสมาชิกร่วมกันใช้อยู่ 18 ประเทศนั้น ในที่สุดจะยังมีเสถียรภาพที่มั่นคงในอนาคตหรือไม่


5.อนาคตของสหภาพยุโรปล้วนมีคำถามและคำตอบที่ยังคลุมเครือ ระหว่างอนาคตที่มั่นคงแข็งแกร่ง กับการแยกตัวที่เป็นกระแสในอีกหลายๆ ประเทศ ทั้ง Nexit หรือ Frexit และ Grexit ยังคงเป็นความเสี่ยงต่อบรรยากาศการค้าและการลงทุนของโลกไปอีกหลายปี ถึงแม้ว่า จะมีการตั้งธงว่าจะมีความชัดเจนจะเกิดขึ้นในช่วงหลังการเลือกตั้งฝรั่งเศสกับอิตาลี ในเดือนเมษายน รวมทั้งการรอคอยผลการเลือกตั้งในเยอรมันที่จะมีขึ้นในเดือนกันยายน จะมีแองเกลา เมอร์เคิล กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีเป็นสมัยที่ 4 และยังคงเป็นผู้นำสำคัญของสหภาพยุโรปต่อไปหรือไม่

ข่าวล่าสุด