เนชั่นทีวี

ข่าว

อุตุ...แจง "ไม่จริง" 20-22 มี.ค.จะเกิดฮีตเวฟ

14 มี.ค. 2560 | lastman

อุตุ...แจง "ไม่จริง" 20-22 มี.ค.จะเกิดฮีตเวฟ

กรมอุตุนิยมวิทยา ออกมาชี้แจง หลังมีข่าวลือว่าประเทศไทยจะเกิดฮีตเวฟ ช่วงวันที่ 20-22 มี.ค.นี้ ว่าไม่เป็นความจริง



กรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ออกประกาศชี้แจงข่าวลือเรื่องคลื่นความร้อนหรือฮีตเวฟ (Heat Wave) บริเวณประเทศไทยระบุว่า ตามที่มีการส่งต่อข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยระบุว่า "ในช่วงวันที่ 20-22มีนาคมนี้ จะเกิดคลื่นความร้อน หรือฮีตเวฟ (Heat Wave) บริเวณประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์และประเทศไทย


เนื่องจากเกิดปรากฏการณ์อีควิน็อกซ์ (Equinox) ทำให้อุณหภูมิจะสูงกว่า40 องศาเซลเซียสต่อเนื่องหลายวัน ส่งผลให้เกิดโรค "ลมแดด หรือฮีทสโตรก" ซึ่งมีอันตรายต่อสุขภาพจนถึงขั้นเสียชีวิตได้"
กรมอุตุนิยมวิทยา ขอยืนยันว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริงและไม่ได้มีที่มาจากกรมอุตุนิยมวิทยาของประเทศต่างๆ ข้างต้น ซึ่งข้อเท็จจริง คือ "ปรากฏการณ์อีควิน็อกซ์เป็นวันที่ดวงอาทิตย์อยู่ในตำแหน่งตั้งฉากกับบริเวณเส้นศูนย์สูตรพอดี ทำให้ช่วงเวลากลางวันเท่ากับกลางคืน และจะเกิดขึ้นวันที่ 20 หรือ 21 มีนาคมของทุกๆ ปี และไม่ได้เป็นสาเหตุทำให้เกิดคลื่นความร้อน หรือฮีตเวฟ

และในช่วงวันดังกล่าวของปีนี้ บริเวณประเทศไทยไม่ได้มีอากาศร้อนจัด เนื่องจากคาดการณ์ว่าระหว่างวันที่ 14-19 มีนาคมนี้จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น ส่งผลให้อากาศคลายความร้อนลง ส่วนช่วงที่ร้อนที่สุดของประเทศไทยคาดว่าจะเกิดขึ้นประมาณปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคมเหมือนทุกๆ ปี และปีนี้จะไม่ร้อนมากกว่าปี 2559สำหรับคลื่นความร้อนนั้นจะเกิดขึ้นเมื่อ "อุณหภูมิสูงสุดประจำวันสูงกว่าค่าปกติโดยเฉลี่ยมากกว่า 5 องศาเซลเซียส ติดต่อกันเกินกว่า 5 วันขึ้นไป (อ้างอิงจากองคืการอุตุนิยทวิทยาโลก)ในส่วนของประเทศไทยจะไม่มีคลื่นความร้อนเกิดขึ้น ถึงแม้ว่าอุณหภูมิในตอนกลางวันจะสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส แต่โดยเฉลี่ยแล้วจะไม่สูงเกินค่าปกติมากนัก และในช่วงกลางคืนถึงช่วงเช้าอากาศจะคลายความร้อนลง ทำให้ไม่ร้อนอบอ้าวตลอดทั้งวัน

ส่วนกรณีของโรคลมแดด หรือฮีทสโตรกนั้น สามารถเกิดขึ้นได้ในช่วงที่มีอากาศร้อนจัด ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อผู้ป่วย ผู้สูงวัย เด็ก และผู้ที่ทำงานประกอบกิจการกลางแจ้ง จึงขอให้กลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ดูแลรักษาสุขภาพ รวมถึงประชาชนทั่วไปควรหลีกเลี่ยงอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานานและควรดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 และหมายเลขโทรศัพท์ 0-2399-4012-3 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ข่าวล่าสุด