เนชั่นทีวี

ข่าว

11-3-60 รายการ PRIME TIME กับเทพชัย ตอนที่ 1 : พัทยาเมืองหลวง "เซ็กส์" โลก

13 มี.ค. 2560 |

11-3-60 รายการ PRIME TIME กับเทพชัย ตอนที่ 1 : พัทยาเมืองหลวง "เซ็กส์" โลก

อาจจะไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจอะไรมากนัก ถ้าจะมีใครบอกว่าพัทยาเป็นศูนย์กลางความบันเทิงที่แฝงไปด้วยด้านมืดมากมาย แต่ถ้าถึงขั้นสื่อของประเทศอังกฤษขนานนามพัทยาว่าเป็น "เมื่อหลวงแห่งเซ็กซ์" ของโลก และพาดหัวว่า 1 ใน 5 ของประชากรที่นี่มีอาชีพเป็นโสเภณี คงต้องมีคำถามอย่างแน่นอนว่า เมืองชายทะเลที่เป็นสถานที่พักผ่อนตากอากาศยอดนิยมสำหรับครอบครัวคนไทย มีภาพลักษณ์ที่เลวร้ายขนาดนี้ในสายตาสื่อตะวันตกได้อย่างไร

แต่วันนี้ในสายตาของนักท่องเที่ยวและสื่อตะวันตก พัทยามีภาพลักษณ์ใหม่ที่กำลังทำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเก้าสั่นคลอน
พาดหัวของเดอะมิร์เรอร์เรียกพัทยาว่าเป็น "เมืองหลวงแห่งเซ็กซ์ของโลก"   และเปรียบพัทยาเสมือนหนึ่งเป็น "นครแห่งบาป" ที่มีชื่อเรียกว่า "โซดอม และ กอมเมอร์ร่าห์" ในคัมภีร์ไบเบิ้ล 
และถ้ารายงานของ "เดอะมิร์เรอร์" เป็นจริง พัทยาทั้งเมืองจะมีหญิงที่ค้าขายบริการทางเพศมากถึง 27,000 คน หรือ 1 ใน 5 ของประชากร
ภาพที่เห็นชินตาบน "ถนนวอคกิ้งสตรีท" หรือที่ถูกเรียกว่าถนนสายโลกีย์ ในเมืองพัทยา แห่งนี้ อาจช่วยตอกย้ำสิ่งที่สื่ออังกฤษรายงาน และไม่มีใครในพัทยาปฏิเสธว่าสิ่งที่เห็นเป็นเพียงหน้าฉาก  เบื้องหลังคือการขายบริการทางเพศอย่างเปิดเผย
เช่นเดียวกับภาพที่ปรากฏให้เห็นอยู่เสมอตามริมชายหาด หญิงสาวเหล่านี้หากินกับนักท่องเที่ยวแบบฉายเดี่ยว หรือเป็นกลุ่ม และไม่ใช่เรื่องผิดปกติที่เหตุการณ์ลักษณ์นี้จะเกิดขึ้นไม่ไกลจากสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยามากนัก
หนึ่งในหญิงขายบริการริมชายหาดพัทยาคนนี้ เล่าให้ ไพร์มไทม์ฟังว่า เธอเดินทางมาจากจังหวัดบุรีรัมย์เพียงลำพัง และมายืนรอลูกค้าบริเวณนี้เป็นประจำ  โดยเฉพาะในช่วงที่เธอต้องการใช้เงิน เพื่อมาจุนเจือครอบครัว และส่งเสียลูกสาวที่อยู่ในวัยกำลังโต  เธอเปิดเผยว่าเธอมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนประมาณ 30,000 บาท 
เธอเลือกเฉพาะลูกค้าต่างชาติ เพราะต้องการหลีกเลี่ยงปัญหาการถูกเอาเปรียบ โดยเฉพาะการทำร้ายร่างกาย
เธอยอมรับว่าสิ่งที่เธออยู่เป็นความจำเป็นชั่วคราว ความหวังของเธอคือเก็บเงินได้สักก้อนเพื่อกลับไปเปิดร้านขายของที่บ้านเกิดในจังหวัดบุรีรัมย์และใช้ชีวิตที่เหลืออยู่กับครอบครัว 
และไม่ต่างจากความคิดเห็นของหญิงสาว อายุ 34 ปี คนนี้ เธอบอกกับไพรม์ไทม์ว่าต้องฝืนใจทำอาชีพนี้มานานหลายปี เพราะต้องการหาเงินเลี้ยงครอบครัว เธอเปิดเผยว่าคนในครอบครัวไม่มีใครรู้ว่าเธอมีอาชีพอะไร เพราะถ้ารู้ก็คงจะรับไม่ได้ 
ถึงแม้จะไม่ปฏิเสธว่าการค้าประเวณีได้กลายเป็นวิถีชีวิตของหญิงจำนวนไม่น้อยในพัทยา แต่ชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ไม่มีทางยอมรับข้อกล่าวว่าพัทยาคือเมืองหลวงของการค้าประเวณีอย่างแน่นอน 
ตำรวจเมืองพัทยา ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยว ออกตรวจตราความเรียบร้อยตามริมชายหาดพัทยา ก่อนควบคุมหญิงชาวต่างชาติกลุ่มนี้ มาสอบสวน ทำประวัติ และแจ้งข้อหาเตร็ดเตร่เพื่อการค้าประเวณี ก่อนส่งกลับประเทศ
เมืองพัทยามีหญิงขายบริการทางเพศอยู่ 2 จุดใหญ่ๆ คือบริเวณตลอดริมชายหาดพัทยา และในถนนวอล์คกิ้งสตรีท ถึงแม้เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าได้ปราบปรามอย่างจริงจัง แต่ก็ยอมรับว่าคงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้ปัญหานี้หมดไป
ผู้กำกับการตำรวจภูธรเมืองพัทยา ยืนยัน เมืองพัทยาไม่ได้เป็นเมืองหลวงแห่งเซ็กซ์หรือมีหญิงขายบริการ 27,000 คนตามที่เป็นข่าว และเชื่อว่าหลายๆประเทศก็มีปัญหาแบบเดียวกัน และอาจยิ่งกว่าเมืองพัทยาด้วยซ้ำไป
แต่ก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมองพัทยาแบบเดียวกับที่เจ้าหน้าที่อยากให้มอง นักท่องเที่ยวคนนี้เห็นภาพของหญิงขายบริการในเมืองพัทยาจนเป็นเรื่องปกติ แต่ก็เข้าใจว่าผู้หญิงไทยไม่ได้อยากทำอาชีพนี้ แต่ต้องทำเพราะความจำเป็น 
สอดคล้องกับความคิดเห็นของนักท่องเที่ยวชาวไทยคนนี้ ที่มาเที่ยวพัทยากับครอบครัวตั้งแต่เด็ก เพราะชื่นชอบธรรมชาติและทะเลที่สวยงาม เดินทางสะดวกใกล้กรุงเทพมหานคร และทุกครั้งที่มาเที่ยวมักพบเห็นหญิงขายบริการทางเพศริมชายหาดพัทยาอยู่เสมอ ซึ่งเป็นภาพที่ไม่ค่อยเหมาะสมนัก สำหรับแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ
ไม่ต่างจากความคิดเห็นของคู่รักหนุ่มสาวชาวระยองคู่นี้ ที่มาทำงานในเมืองพัทยามานานกว่า 3 ปี พบเห็นหญิงขายบริการทางเพศริมชายหาดพัทยาเป็นประจำทุกค่ำคืนไม่เว้นในแต่ละวัน สร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อประเทศ ซึ่งไม่แปลกใจเมื่อเว็บไซต์ต่างประเทศจะมีข้อมูลว่า พัทยามีหญิงขายบริการทางเพศเป็นจำนวนมาก จนถูกมองว่าเป็นเมืองหลวงแห่งเซ็กซ์ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดระเบียบให้เกิดความเรียบร้อย
แม้แต่ในมุมมองของผู้ที่เกิดและเติบโตในเมืองพัทยามากว่า 60 ปีคนนี้ ก็ยังไม่เห็นด้วยกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ที่ไม่เอาจริงเอาจังกับการปราบปรามการค้าประเวณีในเมืองพัทยา หญิงค้าบริการจึงไม่หมดไป จนเป็นภาพลักษณ์ที่เสียหายของเมืองพัทยา
ไม่ว่ารายงานข่าวของเดอะมิร์เรอร์จะเป็นจริงแค่ไหน แต่ก็มีผลกระทบมากพอที่ทำให้พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องออกคำสั่งให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงไปสะสางปัญหา และคนที่ต้องรับภาระโดยตรงในการจัดการกับปัญหานี้ก็คงไม่พ้นผู้บริหารเมืองพัทยา     
ผู้ช่วยเลขานุการนายกเมืองพัทยา ยืนยันกับไพรม์ไทม์ว่าเป้าหมายคือการทำให้พัทยาเป็นเมืองปลอดการขายบริการทางเพศ

ข่าวล่าสุด