ล่าสุด เมื่อวันที่ 11 มีนาคม พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รองผบช.ปส. เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกให้ น.ส.ณปภา เข้าให้ปากคำในวันที่ 15 มี.ค. กรณีนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ "เบนซ์ เรซซิ่ง" สามี ถูกแจ้งข้อหาเกี่ยวกับฟอกเงิน โดยจะเน้นประเด็นเรื่องเงินในบัญชี และธุรกรรมทางการเงินทุกส่วนระหว่างนายอัครกิตติ์และน.ส.ณปภา ว่าตรงกับข้อมูลที่ชุดสืบสวนมีขณะนี้หรือไม่ เนื่องจากมีข้อมูลว่ายอดเงินบางบัญชีบางส่วนมีพิรุธ จึงต้องให้น.ส.ณปภาเข้าชี้แจงรายละเอียด ซึ่งล่าสุดทางทนายของน.ส.ณปภาได้ติดต่อมายังคณะพนักงานสอบสวน เพื่อขอเลื่อนการนัดหมายดังกล่าวเป็นวันที่ 17 มี.ค. เวลาประมาณ 10.00 น. โดยให้เหตุผลว่าเอกสารที่จะนำมาชี้แจงนั้นยังไม่ครบถ้วน เนื่องจากต้องรอเอกสารเป็นทางการจากธนาคารและอีกหลายหน่วยมาประกอบกัน ทั้งนี้ ยืนยันว่าตอนนี้จะยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาแก่ น.ส.ณปภา เนื่องจากการเชิญครั้งนี้เป็นการเรียกสอบปากคำ และขอรวบรวมพยานหลักฐานก่อนว่าสมเหตุสมผลกันหรือไม่ ในเบื้องต้นหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมียังไม่ชัดเจนว่าน.ส.ณปภา ร่วมกระทำความผิดด้วยหรือไม่
มีรายงานข่าวแจ้งว่า จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของนายอัครกิตติ์พบว่ามีผู้เกี่ยวข้องประมาณ 10 ราย ในจำนวนนี้มีน.ส.ณปภา ภรรยา และแม่ของนายอัครกิตติ์ รวมอยู่ด้วย โดยในส่วนของน.ส.ณปภา ยังไม่ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด เป็นเพียงผู้ที่ต้องเดินทางมาให้ปากคำกับทางพนักงานสอบสวนเท่านั้น ซึ่งตอนนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเงินของน.ส.ณปภา และรอให้นางเอกสาวเข้าชี้แจงรายละเอียด รวมถึง ประเด็นเรื่องความสัมพันธ์กับนายอัครกิตติ์ ทั้งก่อนและหลังการแต่งงานว่าระหว่างที่คบหากันมีการคบหาอย่างไร เงินในบัญชีของทั้งสองมีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่ และมีการทำธุรกรรมร่วมกันหรือไม่
ทั้งนี้ ทางพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกให้ น.ส.ณปภา มาให้ปากคำในวันที่ 15 มี.ค.นี้ แต่ทนายความของนางเอกสาวขอเลื่อนไปเป็นวันที่ 17 มี.ค. ซึ่งทางเจ้าหน้าที่เห็นว่าถ้าไม่มาตามหมายเรียกครั้งแรก ก็จะออกหมายเรียกอีกครั้งให้มาเข้าพบตามวันที่ทนายความระบุ ถ้านางเอกสาวไม่มาตามนัด เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะออกหมายจับ นอกจากนี้ หากตรวจสอบแล้วพบว่ามีการกระทำความผิด ทางพนักงานสอบสวนก็จะแจ้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการฟอกเงินต่อไป ส่วนประเด็นสอบปากคำแม่ของนายอัครกิตติ์ก็เป็นเรื่องการทำธุรกรรมทางการเงินว่ามีการทำธุรกรรมร่วมกันหรือไม่นอกจากนี้ยังมีรายงานด้วยว่า จากการสอบสวน นายไซนุเด็น มะ หรือ "มะ สิบล้อ" ซึ่งถูกจับตัวที่ประเทศมาเลเซีย ได้ให้การว่า รู้จักกับนายไซซะนะ และได้ทำการติดต่อซื้อขายยาจากทางลาวมาส่งไปยังพื้นที่ภาคใต้ โดยนายมะยืนยันว่าไม่รู้จักกับนายณัฐพล หรือบอย นาคคำ แต่เคยติดต่อกับลูกน้องของนายไซซะนะ เพื่อส่งมอบยาเสพติด ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ยังพบเส้นทางการเงินของนายมะเชื่อมโยงกับกลุ่มของนายไซซะนะ และกลุ่มของนายอุสมาน สะแลแมง ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอยู่ที่ประเทศลาว ซึ่งจากการตรวจสอบพฤติกรรมพบว่า นายมะเคยติดต่อซื้อขายยาเสพติดกับนายอุสมาน สะแลแมง จนกระทั่ง นายอุสมาน สะแลแมง ถูกออกหมายจับ นายมะจึงหันมาค้าขายยาเสพติดกับนายไซซะนะแทน.////