พล.ต.ต.นันทชาติ กล่าวว่า สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้นายรวิสรา เพ็ญไพจิตร์ อายุ 21 ปี สาวประเภทสองได้เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.โชคชัย เมื่อคืนวันที่ 1 มีนาคม ว่า เมื่อช่วงดึกของวันที่ 26 กุมภาพันธ์ นายรวิสรา ได้ถูกกลุ่มชายวัยรุ่นประมาณ 4-5 คน รุมทำร้ายและชิงโทรศัพท์มือถือ ที่บริเวณตลาดโชคชัย4 แขวงสะพานสอง เขตวังทองหลาง กทม. ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้ติดจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ครบทั้ง 5 ราย โดย 3 ใน 5 ราย เป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี รวมอยู่ด้วย ทั้งนี้จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่พบว่า คำให้การของผู้เสียหายมีข้อพิรุธหลายอย่าง เจ้าหน้าที่จึงทำการสอบปากคำอย่างละเอียด จนผู้เสียหายยอมรับว่า ข้อมูลที่ให้กับเจ้าหน้าที่มีบางส่วนที่ไม่เป็นความจริง และได้แจ้งความอันเป็นเท็จกับเจ้าหน้าที่ ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงได้ยื่นฟ้องผู้เสียหายต่อศาลแขวงพระนครเหนือ เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2560 โดยศาลได้พิจารณาลงโทษจำคุก 1 เดือน ปรับ 3,000 บาท โทษจำรอลงอาญา 2 ปี คุมประพฤติ 1 ปี รายงานตัว 4 ครั้ง บริการสังคม 24 ชม. นายโมฮัมหมัด กล่าวว่า ตนมีอาชีพบาร์โฮส และเป็นนายแบบถ่ายโฆษณารถจักรยานยนต์ยี่ห้อหนึ่ง โดยเมื่อประมาณ 4 วันก่อนเกิดเหตุ ได้ออกมาจากที่ทำงานย่านรัชดา ตอนนั้นมีอาการเมามาก จู่ๆผู้เสียหายได้เดินพาตนขึ้นรถแท็กซี่ จากนั้นตนได้เผลอหลับ มาตื่นอีกที่ก็พบว่า ตนนอนแก้ผ้าอยู่บนที่นอนภายในห้องของนายรวิสรา ตนจึงได้สอบถามว่าได้ลวงเกินอะไรตนหรือไม่ แต่นายรวิสรากลับบอกว่า ได้ถ่ายคลิปและภาพขณะที่นายรวิสรา กำลังทำออรัลเซ็กซ์ ตนกลัวว่าคลิปจะหลุดออกไป และเกิดความเสียหาย จึงเข้าไปบีบคอนายรวิสรา และขอให้ลบคลิป แต่ผู้เสียหายไม่ยอม และขอเบอร์พร้อมไลน์ของตนไป จนถึงวันเกิดเหตุตนจึงได้นัดกับนายรวิสรา เพื่อจะพูดคุยเรื่องดังกล่าว ซึ่งเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ตนได้ขอให้นายรวิสรา ลบข้อมูลในโทรศัพท์อีกครั้ง แต่นายรวิสรา ไม่ยินยอมทำตาม จนทำให้ตนเองโกรธและยอมรับว่า ได้ทำร้ายร่างกายและแย่งโทรศัพท์มาทุบ ก่อนจะโยนลงไปในคูน้ำหลังที่เกิดเหตุ ทั้งนี้ตนยอมรับว่ายังไม่เคยเห็นข้อมูลที่นายรวิสรา อ้างว่าอยู่ในโทรศัพท์ ตนไม่ได้ตั้งใจจะทำร้าย หรือต้องการทรัพย์สิน เพียงแค่กลัวว่าจะมีการทำข้อมูลไปส่งสื่อออนไลน์ตามที่ผู้เสียหายได้ขู่ไว้ นอกจากนี้เรื่องที่ตนขู่ให้ผู้เสียหายวิ่งหนีไม่งั้นจะจับกดน้ำนั้น ตนแค่ต้องการขู่ให้กลัว และวิ่งหนีไป เพื่อไม่ให้ผู้เสียหายเห็นหน้าเพื่อนๆที่มาด้วย พล.ต.ต.นันทชาติ กล่าวว่า อยากฝากเตือนผู้ที่จะโพสต์ข้อมูลอันเป็นเท็จลงสู้ระบบคอมพิวเตอร์เตอร์ ไม่ว่าจะเรื่องจริงหรือเรื่องเท็จจนทำให้สถานที่หรือผู้อื่นเดือดร้อน จงคิดไตร่ตรองให้ดีเสียก่อน อย่างกรณีนี้ ที่ผู้เสียหายไปโพสต์ว่า จุดดังกล่าวมืด และอันตราย ทำให้ตลาดได้รับความเสียหาย ซึ่งความจริงแล้วทางตลาดได้มีการติดไฟและกล้องวงจรปิดไว้รอบตลอดเพื่อป้องกันเหตุร้าย อีกทั้งยังมีการประสานข้อมูลต่างๆกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างดี จึงอยากจะให้คิดให้ดีก่อนจะโพสต์ข้อความอะไร