เนชั่นทีวี

ข่าว

ล้างบางอูเบอร์ ! เมื่อกฏหมายโบราณวิ่งตามโลก 4.0 ไม่ทัน?

09 มี.ค. 2560 | nation_ent

ล้างบางอูเบอร์ !
เมื่อกฏหมายโบราณวิ่งตามโลก 4.0 ไม่ทัน?

ถกเถียงกันทั้งสังคม กับนโยบายของกรมขนส่งทางบกที่ล่อซื้อและจับกุมบริการอูเบอร์ พร้อมพาคนขับรถเข้าห้องเย็นปรับทัศนคติเป็นเวลา 3 ชั่วโมงก่อนบันทึกประวัติประหนึ่งเป็นอาชญกรรมขั้นร้ายแรง มิหนำซ้ำ ยังมีข้อเสนอให้ใช้มาตรา 44 ล้างบางอูเบอร์ให้สิ้นซาก

 จึงไม่แปลกที่สังคมจะรุมคัดค้านนโยบายนี้ เพราะเชื่อว่าอูเบอร์เป็นทางเลือกใหม่ของคนไทย นอกเหนือไปจากแท็กซี่ที่มีปัญหามากมาย ไม่ว่าจะเป็นการไม่รับผู้โดยสาร คิดราคาเกินมิเตอร์ หรือกระทั่งมารยาทของคนขับแท็กซี่ เพราะฉะนั้น การแบนอูเบอร์จึงถือเป็นการตัดความหวังคนใช้ถนนผู้อยากได้บริการที่สบายใจกว่า  อย่างไรก็ตาม การแบนอูเบอร์เป็นดราม่าที่เกิดขึ้นทั่วโลกไม่เฉพาะแค่ในไทย  ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน อินเดีย ฝรั่งเศส และเยอรมนี คือตัวอย่างประเทศที่อูเบอร์ถูกห้าม เหตุผลหลักๆมาจาก 2 เรื่อง ได้แก่ข้อกฏหมายที่ระบุว่ารถที่ให้บริการอูเบอร์เป็นการใช้ประโยชน์ผิดประเภท พูดง่ายๆคือ ตอนจดทะเบียนรถไม่ได้กำหนดว่าจะให้บริการโดยคิดค่าโดยสารตั้งแต่ตอน อีกเหตุผลคือ อูเบอร์ยอมถอดใจไปเองเพราะถูกต่อต้านจากแท็กซี่ซึ่งถือเป็นผู้ให้บริการดั้งเดิม ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเท่าไหร่ เพราะการเข้ามาของอูเบอร์ย่อมกระทบต่อรายได้ของแท็กซี่ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง  หันกลับมามองที่บ้านเรา ภาครัฐไทยใช้ พรบ.การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 เป็นไม้ตายเอาผิดกับอูเบอร์ โดยกฏหมายฉบับนี้ห้ามนำรถยนต์ "ส่วนบุคคล" มาวิ่งเป็น "รถยนต์สาธารณะ" ซึ่งบังคับให้อูเบอร์ต้องติดสัญลักษณ์ต่างๆในรถให้เป็นไปตามที่กฏหมายกำหนด หากไม่ทำตามจะมีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท  จึงชัดเจนว่าอูเบอร์เป็นบริการที่ผิดกฏหมายในไทย แต่สิ่งสำคัญกว่านั้นคือแล้วรัฐพร้อมจะแก้กฏหมายเปิดช่องให้ธุรกิจเช่นนี้เดินหน้าต่อไปได้หรือไม่ เพราะประชาชนจำนวนมากกำลังพึ่งพาอูเบอร์เป็นทางเลือกโดยสารอีกรูปแบบหนึ่ง   หรือถ้าจะมองในภาพใหญ่ขึ้น รัฐไทยจะต้องตอบคำถามให้ได้ว่าจะอยู่กับเศรษฐกิจแบบอูเบอร์ที่เน้นการแบ่งปันทรัพยากร (Sharing Economy) ของสังคมอย่างไร หรือจะปล่อยให้บริการสาธารณะ "ทุกอย่าง" ต้องอยู่ในมือของรัฐเพียงผู้เดียว ปฏิเสธไม่ได้ว่า การยึดกฏหมายเก่าแก่ที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2522 มารับมือกับธุรกิจที่เพิ่งเติบโตในยุค 4.0 ย่อมสื่อได้ว่ารัฐไทยกำลังวิ่งตามธุรกิจยุคใหม่ไม่ทัน  แทนที่จะรั้งเอาไว้ด้วยกฏโบราณ บางประเทศหาวิธีอยู่ร่วมกับอูเบอร์ได้อย่างน่าสนใจ ตัวอย่างเช่นประเทศสิงค์โปร์ภายใต้นโยบายของนายกรัฐมนตรี ลีเซียนลุง รัฐสภาที่นั่นเพิ่งแก้ไขกฏหมายเพื่อนำอูเบอร์เข้าสู่ระบบ เพื่อเปิดทางการให้บริการได้อย่างถูกต้อง เหตุผลคือรัฐบาลสิงค์โปร์มองว่า การบังคับใช้กฏหมายที่ล้าสมัยอย่างเดียวจะปิดกั้นไม่ให้สังคมคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆได้ ขณะเดียวกันทางฝั่งอูเบอร์ก็ประกาศชัดเจนว่าพร้อมพูดคุยกับภาครัฐเพื่อเคลียร์ตัวเองให้ขาวสะอาด   สุดท้ายแล้วรัฐไทยจึงต้องหาความสมดุลให้ได้ ระหว่างการให้บริการที่ถูกต้องตามกฏหมาย กับ กระแสธุรกิจแนวแบ่งปันทรัพยากรของโลกใบใหม่ โดยตั้งอยู่บนผลประโยชน์สูงสุดของผู้บริโภค

ข่าวล่าสุด