หลังจากวานนี้(8 มี.ค.)ได้มีการโอนคดีมาที่กองปราบปราม ว่า วันนี้(8 มี.ค.)ได้นำพยานหลักฐานมอบพนักงานสอบสวนเพิ่มเติม โดยหนึ่งในนั้นเป็นหลักฐานจากกลุ่มผู้ต้องหาด้วยกันเอง เป็นคลิปเสียงบันทึกคำสนทนาระหว่างกลุ่มผู้ต้องหาหลังเกิดเหตุ ซึ่งมีความยาว 30 นาที เนื้อหาใจความในคลิปนั้นเป็นการพูดคุยกันจับใจความได้ว่า "ไม่น่าทำรุนแรงแบบนี้ แต่หนึ่งในกลุ่มผู้ต้องหา ซึ่งเชื่อว่าเป็นผู้ก่อเหตุบอกว่า ก็ทำไปแล้ว"
ทั้งนี้เมื่อคืนที่ผ่านมา พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. และพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยานและผู้เสียหายเพิ่มเติม ซึ่งเป็นรายละเอียดบางประเด็นที่พยานยังไม่ได้ให้ข้อมูลกับตำรวจในพื้นที่ เนื่องจากไม่กล้า รวมทั้งได้สอบปากคำหนึ่งในผู้ต้องหาที่เป็นลูกตำรวจ โดยเบื้องต้นเจ้าตัวยังปฏิเสธ แต่มีพยานยืนยันว่า ผู้ต้องหาคนดังกล่าวร่วมก่อเหตุ เนื่องจากขณะก่อเหตุบางขณะไฟในห้องได้เปิดขึ้น ทำให้พยานจำใบหน้าได้
นายสงกานต์ กล่าวอีกว่า ทางญาติของผู้เสียหายนั้นเกรงว่าจะมีการข่มขู่ญาติและพยาน จึงเข้าร้องเรียนต่อพล.ต.อ.ศรีวราห์ เนื่องจากกลุ่มผู้ต้องหามีทั้งลูกนักการเมือง และคนมีสี ประกอบกับผู้ก่อเหตุก็เป็นคนในพื้นที่ ขณะที่กลุ่มผู้เสียหายเป็นคนภาคใต้ ซึ่งถือเป็นคนนอกพื้นที่ เกรงว่าหากคดีอยู่ในพื้นที่จะไม่ได้รับความเป็นธรรม
ทั้งนี้ยังได้ข้อมูลอีกว่า หลังเกิดเหตุมีการเข้ามาข่มขู่ครอบครัวและพยานที่เห็นเหตุการณ์อีกด้วย โดยทางพล.ต.อ.ศรีวราห์ ก็ระบุว่า หลังจากนี้ จะมีการลงพื้นที่ปราบปรามผู้มีอิทธิพลอีกครั้งหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีพยานที่น่าจะเป็นประโยชน์อีก 3-4 ปาก ที่ตนเองจะพามาพบพนักงานสอบสวนด้วย อย่างไรก็ตามเชื่อว่าผู้เกี่ยวข้องในคดีมีมากกว่า 20 คน และตามพยานหลักฐานทั้งหมดที่มีน่าจะเป็นข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนได้
ส่วนสาเหตุจากหลักฐานที่มีเชื่อว่าประเด็นชู้สาวเพียงหน่อยเดียวเท่านั้น โดยสาเหตุหลักน่าจะมาจากการเอาคืน และเป็นการเอาคืนหรือทำร้ายผิดตัว ซึ่งในอาทิตย์วันที่ 12 มีนาคม นี้ ทางญาติจะเคลื่อนย้ายศพมาให้สถาบันนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้งหนึ่ง คาดว่าสัปดาห์หน้าจะมีความคืบหน้าทางคดี
ด้านพล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า คดีที่เกิดขึ้นญาติผู้เสียชีวิตเกิดความกังวลและไม่สบายใจ กลัวอีกฝ่ายข่มขู่เอาชีวิต จึงร้องขอให้ตนโอนคดีจาก สภ.ชะอำ จังหวัดเพชรบุรี มาที่กองปราบปราม ซึ่งได้สั่งโอนย้ายคดีดังกล่าว โดยให้ตำรวจกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม(กก.5บก.ป.) รับไปดำเนินการสอบสวนต่อแล้ว ส่วน นายอธิบดี กุญแจทอง 1 ใน 16 ผู้ต้องหา ที่ถูกออกหมายจับ ที่เดินทางมามอบตัว
ล่าสุดตำรวจได้ควบคุมตัวส่งฝากขังต่อศาลอาญาไปแล้ว สำหรับกรณีที่มีกระแสข่าวตั้งข้อสงสัยถึงการปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาทั้งหมดสามารถกระทำได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของพนักงานสอบสวน เนื่องจากผู้ต้องหาทั้งหมดมาเข้าพบพนักงานสอบสวนเอง ทั้งที่ยังไม่ออกหมายเรียกหรือมีหมายจับ เป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย ป.วิอาญา ได้มอบอำนาจให้พนักงานสอบสวนสามารถพิจารณาปล่อยตัวได้โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ใดๆ แต่อย่างไรก็ตามมองว่าคดีนี้ไม่มีความสลับซับซ้อน และมีพยานหลักฐานค่อนข้างชัดเจน
ขณะที่ พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการโอนสำนวนคดีจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 (บช.ภ.7) มายัง บก.ป. ซึ่งเบื้องต้นจากการสอบถาม ผบช.ภ.7 ทราบว่า ยังไม่ได้รับหนังสือคำสั่งให้โอนคดีอย่างเป็นทางการ จึงต้องรอหนังสือคำสั่งดังกล่าวเสียก่อน โดยหากสำนวนถูกโอนถึงกองปราบปรามแล้ว ตนจะมอบหมาย พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบก.ป.เป็นผู้รับผิดชอบคดี ซึ่งจะต้องอ่านรายละเอียดสำนวนทั้งหมด และหากติดใจสงสัย ก็จะเรียกกลุ่มต้องหาและผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำอีกครั้งหนึ่ง โดยยืนยันว่า ไม่มีการเรียกผู้ต้องหาทั้งหมดมาสอบปากคำในวันนี้ เนื่องจากต้องรอสำนวนคดีก่อน
ทั้งนี้ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้ประกาศว่า พรุ่งนี้(10 มี.ค.) เวลา 10.30 น. จะเดินทางไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อยื่นหนังสือต่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เรียกร้องขอให้ย้าย พ.ต.อ ภาคิน ศิวะเมธากุล ผกก.สภ.ชะอำ ออกจากพื้นที่ เนื่องจากมีพฤติการณ์ไม่เหมาะสมในการบริหาร และยังไม่ดำรงไว้ซึ่งความยุติธรรม ปล่อยให้ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฆ่านักศึกษาศิลปากรจำนวน 17 คน ถูกปล่อยตัว โดยไม่ต้องมีหลักประกัน ทั้งที่เป็นคดีอุจฉกรรณ์อัตราโทษประหารชีวิต