มาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ถึงเหตุอนุญาตให้พระสงฆ์-สามเณร ใช้พื้นที่ตลาด ในวันที่ 9 มี.ค.นี้ เวลา 10.00 น.ว่า ดีเอสไอได้รับการประสานจากนางศรวรรณซึ่งยืนยันว่าจะเข้ารายงานตัวต่อดีเอสไอตามวันและเวลาดังกล่าว หากถึงกำหนดนัดแล้วไม่เดินทางมาโดยไม่แจ้งเหตุอันควร จะถือว่าจงใจขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน ซึ่งมีโทษทางอาญา ดีเอสไอจะแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที เพื่อให้สอบสวนและนำตัวมาลงโทษ พ.ต.ต.วรณัน กล่าวอีกว่า พฤติการณ์ของนางศรวรรณที่อนุญาตให้ใช้ตลาดป้าเช็งเป็นพื้นที่ชุมนุมยังไม่ถือว่าขัดคำสั่งคสช. เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวไม่ได้อยู่ในประกาศห้ามเข้า-ออก แต่เจ้าหน้าที่จะเชิญตัวมาสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเตรียมพื้นที่ดังกล่าวในการชุมนุม ซึ่งหากพบว่าส่อไปในลักษณะที่จะกระทำผิดก็จะประกาศห้าม และถ้ายังฝ่าฝืนคำสั่งก็ต้องดำเนินคดี ส่วนที่นางศรวรรณจะอ้างว่ามีผู้มาขอเช่าพื้นที่ จึงอนุญาตให้เช่าโดยไม่ทราบวัตถุประสงค์ของการเช่าพื้นที่นั้น ก็เป็นข้อต่อสู้ที่อ้างได้ แต่เจ้าหน้าที่จะพิจารณาร่วมกับข้อเท็จจริงอื่นประกอบด้วย
อนึ่ง ป้าเช็ง มีฐานธุรกิจอยู่แถวเมืองชลบุรี เคยทำธุรกิจชิปปิ้งร่วมกับพินิจ ประจักษ์แสงสกุล หรือ "กู๋บื้อ" นายกเทศมนตรีตำบลเจ้าพระยาสุรศักดิ์ อ.ศรีราชา คนสนิทกำนันเป๊าะ ในชื่อบริษัท ภาทอง ชิปปิ้ง เซอร์วิส จำกัด ,ธุรกิจค้าคอมพิวเตอร์ ชื่อ บริษัท อัลคอม เทคโนโลยี คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) ,ธุรกิจซื้อขายที่ดินชื่อ บริษัท คีรีเวศม์ จำกัด และบริษัท ศรีราชาเฟอร์รี
จนได้ฉายา "เจ้าแม่ศรีราชา" และยังเป็นคนแรกๆ ที่ทำธุรกิจเคเบิลทีวีในภาคตะวันออก
ต่อมา ป้าเช็งขยับมาอยู่แถวปทุมธานี ทำสถานีทีวีดาวเทียม และโด่งดังจากการทำน้ำหมักขีวภาพ
ต้นปี 2557 ป้าเช็งประกาศสนับสนุน "พรรคพัฒนาคุณภาพชีวิต" ให้เป็นพรรคของชาวหมัก โดยส่งคนลงสมัครในระบบบัญชีรายชื่อ
ระหว่างการทำรายการทีวี สอนชาวหมักทั่วประเทศ ป้าเช็ง ไม่เคยปิดบังอำพรางว่า มีความศรัทธาในหลวงพ่อธัมมชโย และวัดพระธรรมกาย
บ่อยครั้ง ช่องซูเปอร์เช็ง จะนำรายการธรรมะ หรือกิจกรรมของวัดพระธรรมกายมาเผยแพร่
หลังจากพ้นโทษ คดีเกี่ยวกับการขายยาหยอดน้ำหมัก ป้าเช็งได้ยื่นหนังสือขอใบอนุญาตทำทีวีดาวเทียมกับ กสทช.อีกครั้ง แต่ไม่สำเร็จ
สำหรับตลาดป้าเช็งนั้น ย้ายมา 3 ครั้งแล้ว และตลาดใหม่นี้อยู่ตรงข้าม สภ.คลองหลวง ติดกับอาณาเขตวัดพระธรรมกาย