4-3-60 รายการ PRIME TIME กับเทพชัย ตอนที่ 2 : 70 พรรค 2 กลุ่ม... แนวร่วมปรองดอง

ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามความคาดหวังของ คสช.พรรคการเมืองและกลุ่มการมเมืองที่มีอยู่70 พรรคและกลุ่มจะเป็นส่วนหนึ่งของแนวร่วมที่จะทำให้ความพยายามสร้างความปรองดองเป็นจริง
ข่าว
แต่ความพยายามครั้งนี้ คสช. เชื่อว่ากลุ่มคนที่จะมีบทบาทในการสร้างความปรองดองต้องมีมากกว่านักการเมือง กลุ่มประชาสังคม เอ็นจีโอ และภาคเอกชน ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาคเป็นเสียงที่ต้องรับฟังด้วย
และถึงแม้จะมีคำถามว่าทำไมทหารต้องเป็นแกนหลักในการกระบวนการปรองดอง นายกรัฐมนตรีพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชาก็ยังเชื่อว่าไม่มีใครทำภาพกิจนี้ได้ดีไปกว่ากระทรวงกลาโหม และคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ที่มีรองนายกรัฐมตรี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นคนกำกับดูแล
แผนงานรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องของ ป.ย.ป. เป็นกระบวนการ ที่ต้องการให้ รวบรวมความคิดเห็นทั้งส่วนกลางและภูมิภาค ไปพร้อมๆ กัน สามเดือนข้างหน้าจะเป็นช่วงเวลาของการพูดคุยเพื่อนำไปสู่ข้อเสนอ โดยใช้ฤกษ์ 14 กุมภาพันธ์ วันแห่งความรักที่ผ่านมาเป็นวันเริ่มต้นภารกิจ และถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผน กระบวนการนี้จะจบสิ้นภายในเดือนเมษายน
พรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองจะได้รับเชิญให้เข้าร่วมเวทีการพูดคุยเรียงตามหมวดพรรคการเมืองและตัวอักษร พรรคใดยังไม่พร้อม ก็เลื่อนออกไป แล้วมาเข้าคิวใหม่ เพื่อทะยอยเข้าร่วมพูดคุยกับคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็น เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ที่ศาลาว่าการกระทรวงกลาโหม โดยมี พลเอกชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน และทุกพรรค ทุกกลุ่มการเมืองที่ร่วมเวทีปรองดองได้รับคำขอร้องไม่ให้เปิดเผยรายละเอียดของสิ่งที่พุดคุยเพื่อหลีกเลี่ยงความสับสน กระทรวงกลาโหมจะเป็นผู้แถลงสรุปภาพรวมและเปิดเผยความเห็นจากเวทีการพูดคุยเอง
พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะรองประธานกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง อธิบายกติกาการพูดคุยว่า ทุกพรรค จะร่วมแสดงความเห็นใน 10 หัวข้อ ตามที่คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) กำหนดไว้ แต่ถ้าเห็นว่าน้อยเกินไป แต่ละพรรคก็สามารถเสนอเพิ่มเติมได้
โฆษกกระทรวงกลาโหม พลตรีคงชีพ ตันตระวานิชย์ ให้ข้อมูลว่า ในระดับพื้นที่ จะมีกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน.แต่ละภาค กำกับดูแล และจะมีคณะกรรมการระดับจังหวัดขึ้นมา เพื่อเชิญทุกภาคส่วนมาพูดคุย ใน 10 หัวข้อที่กำหนด จะใช้เวลา 1 เดือน เริ่มตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม โดยจะทยอยเปิดเวที เข้ามาให้ความคิดเห็น
เวที 14 กุมภาพันธ์ ประเดิมด้วย 3 พรรค คือ พรรคความหวังใหม่ พรรคคนธรรมดาแห่งประเทศไทย และพรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย พรรคความหวังใหม่ โดยหัวหน้าพรรค ชิงชัย มงคลธรรม ได้เสนอต่อรัฐบาลและ คสช.ให้เร่งคืนประชาธิปไตยเพื่อสร้างปรองดอง เพราะหากยังเป็นเผด็จการจะไม่สามารถแก้ปัญหาได้
ขณะที่พรรคคนธรรมดาแห่งประเทศไทย ธนพร ศรียากูล หัวหน้าพรรค ที่เสนอให้ยกเลิกคำสั่ง คสช.ที่ห้ามชุมนุมทางการเมืองและขอให้เปิดพื้นที่ให้นักการเมืองและประชาชน ไม่เชื่อมั่นในรูปแบบการปรองดองรอบนี้
3 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีพรรคการเมืองเข้าร่วมเสนอความคิดเห็นแล้ว 30 พรรค คาดว่าสิ้นเดือนมีนาคมนี้ จะสามารถเชิญพรรคการเมืองที่เหลือ เข้ามาเสนอความคิดเห็นได้ครบทุกพรรค และตามด้วยภาคประชาชน
พรรคระดับแกนนำ อย่างประชาธิปัตย์ นำโดยอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ได้เข้าให้ความเห็นไปเมื่อ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งอภิสิทธิ์ เปิดเผยเพียงว่า ได้ตอบทั้ง 10 คำถามครบถ้วนทุกด้าน ที่คิดว่าเป็นแนวทางที่จะยั่งยืนในการปรองดอง
ขณะที่พรรคเพื่อไทย ได้ตอบรับเข้าแสดงความคิดเห็นวันที่ 8 มีนาคม ได้เตรียมข้อเสนอแนะ เพื่อสะท้อนภาพความปรองดองที่พรรคเพื่อไทยอยากเห็น
พรรคชาติพัฒนา ซึ่งเข้าไปให้ความเห็น เมื่อ 15 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรค มีข้อเสนอทางออกในการปรองดอง
ขณะที่ กปปส.ตอบรับเข้าพูดคุย วันที่ 10 มีนาคม เบื้องต้น ถาวร เสนเนียม อดีตแกนนำ กปปส. เผยประเด็นข้อเสนอ
ของกลุ่มคือ การปฏิรูป 5 ด้าน ทั้งพรรคการเมือง ข้าราชการ ตำรวจ การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น และการรับฟังความคิดเห็นประชาชนให้มากขึ้น ส่วนกลุ่มการเมือง แนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ หรือ นปช. วันที่ 15 มีนาคม คาดว่าจะข้อให้มีการแสวงหาข้อเท็จจริงให้กับเหตุการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้น การเยียวยาที่ได้ผลและสร้างความยุติธรรม
ขณะเดียวกัน การรวบรวมข้อมูลเพื่อแก้ปัญหาปรองดองในอดีต ที่คณะกรรมการ 7 ชุดในอดีต ได้ใช้เวลา 8 ปี มีข้อเสนอแนะอันเป็นประโยชน์ ที่อาจช่วยให้การปรองดองรอบนี้ มีโอกาสไปถึงความสำเร็จ
การสรุปภาพรวมในสัปดาห์ที่สาม ซึ่งเป็นครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 1 มีนาคม ที่ผ่านมา โฆษกกระทรวงกลาโหม พลตรีคงชีพ ตันตระวานิชย์ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง เปิดเผยว่า ในส่วนของพรรคการเมือง ที่ 30 พรรคเข้าให้ข้อมูลแล้ว จะรวบรวมข้อมูลส่งให้คณะอนุกรรมการพิจารณาบูรณาการ โดยคาดว่าสิ้นเดือนมีนาคมจะสามารถเชิญพรรคการเมืองที่เหลือ เข้ามาเสนอความคิดเห็นได้ครบ จากนั้นในเดือนเมษายนจะเชิญกลุ่มการเมือง กลุ่มภาคประชาสังคม กลุ่มภาคธุรกิจ เข้าร่วม ในการสรุปครั้งนี้ แม้จะได้รับความร่วมมือจากพรรคการเมืองด้วยดี แต่กระทรวงกลาโหม ก็มีข้อห่วงใย ในระดับพื้นที่ ที่ความขัดแย้งทางการเมืองขยายวงและลงลึกไปในความรู้สึกประชาชน ซึ่ง ป.ย.ป.จำเป็นต้อง ดำเนินกระบวนการสร้างความปรองดอง ในระดับพื้นที่คู่ขนานกันไป โดยเริ่มทยอยเปิดเวทีพร้อมกันทั่วประเทศ ภายในเดือนมีนาคมนี้ เพื่อเปิดกว้างให้ทุกกลุ่มทุกฝ่ายเข้ามาแสดงความคิดเห็น
แม้กระบวนการรับฟังความคิดเห็นของ 70 พรรคการเมือง และกลุ่มการเมือง และฝ่ายที่เกี่ยวข้อง กำลังดำเนินการอยู่ แต่ในความเห็นของ พลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก และเลขาธิการ คสช. มองว่าการปรองดองในขณะนี้ สำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง เมื่อทุกคนทุกกลุ่ม อยากเข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็น และส่วนที่เหลือก็คือทำต่อให้จบ คือสรุปในภาพรวม และเชิญทุกกลุ่มมาพิจารณาแนวทางที่จะเดินไปข้างหน้าพร้อมกัน หากเห็นด้วย ก็ถือเป็นมติของส่วนรวม ซึ่งมีโอกาสไปได้ถึงขั้น "ลงนามในสัญญาประชาคม"