ด่วง ธิ เฮือง ชาวเวียดนามวัย 29 ปี และสิตี ไอสยาห์ ชาวอินโดนีเซียวัย 25 ปี ถูกตั้งข้อหา "ฆ่าคนตายโดยเจตนา" ตามมาตรา 302 แห่งประมวลกฏหมายอาญาที่ศาลแขวงเซปัง รัฐสลังงอร์ ใกล้สนามบินนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ 2 หรือ KLIA 2 ที่นายจองนัมถูกป้ายสารพิษทำลายระบบประสาท VX และเสียชีวิตในระหว่างทางไปโรงพยาบาล เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ซึ่งความผิดฐานฆาตกรรมมีโทษสูงสุดคือ ประหารชีวิต
สิตี ไอสยาห์ไปขึ้นศาลในชุดกางเกงและเสื้อดีแดงเข้ม สีหน้าดูเหนื่อยล้าและอิดโรย ส่วนด่วงสวมเสื้อสีเหลืองมีภาพหอไอเฟลและกางเกงยีนส์ // ผู้พิพากษาได้อ่านข้อหาโดยมีล่ามแปล มีใจความว่า พวกเธอและผู้ต้องสงสัยอีก 4 คน ที่ยังคงหลบหนี ร่วมกันก่อเหตุที่อาคารผู้ดยสารขาออกของKLIA 2 เมื่อเวลา 09.00 น. ของวันที่ 13 กุมภาพันธ์ โดยเป็นการจงใจฆ่านายนายคิม ชอล อันเป็นความผิดตามมาตรา 302 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งเมื่อถูกถามว่า พวกเธอเข้าใจหรือไม่ พวกเธอก็ตอบว่า เข้าใจ
ทนายของไอสยาห์ บอกว่า ได้แนะนำลูกความให้สู้คดี และยังขอให้ศาลมีคำสั่งยับยั้งเพื่อป้องกันไม่ให้ตำรวจ, เจ้าหน้าที่ทางการหรือพยาน เปิดเผยรายละเอียดของคดีต่อสื่อและสาธารณชน ขณะที่อัยการได้ขอเวลารวบรวบพยานหลักฐานที่จำเป็นและขอนัดขึ้นศาลอีกครั้งในวันที่ 13 เมษายน
คลิปที่เป็นหลักฐานจากกล้องวงจรปิดในสนามบิน แสดงให้เห็นนายจองนัม ซึ่งกำลังเตรียมตัวขึ้นเครื่องบินกลับมาเก๊า ถูกหญิงทั้งสองคนเข้าประกบ โดยสิตีเข้าประชิดที่ด้านหน้า ส่วนด่วงเข้าล็อคตัวจากด้านหลัง และในช่วงนั้นเองที่นายจองนัม ถูกสารพิษป้ายเข้าที่ใบหน้า ก่อนที่หญิงสาวทั้งสองจะรีบเดินหนีไป หลังจากนั้น หญิงสาวทั้งสองคนก็อ้างว่า คิดว่า ของเหลวที่ใช้เป็นเบบี้ออย แต่ตำรวจบอกว่า ด่วงรีบไปล้างมือในห้องน้ำ และการที่เธอเดินกางแขนให้ห่างจากตัว บ่งชี้ว่า เธอรู้ว่าของเหลวนั้นเป็นอันตราย ก่อนที่เธอและสิตีจะถูกจับได้ในอีก 2 วันถัดมา