(22 ก.พ.) รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล บอกถึงผลปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ เพื่อเข้าจับกุมพระธัมมชโย ผู้ต้องหาคดีฟอกเงินและรับของโจร วันที่7 ว่าวันนี้ได้เจราจากับพระทัตตชีโว รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เป็นการพูดคุยผ่านโทรศัพท์โดยมี พระมหานพพร ปุญญชโย ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กรวัดเป็นคนกลางในการเจรจาแต่ยังไม่สำเร็จ
ซึ่งต่อจากนี้จะไม่ขอเจรจาอีก และจะเดินหน้าใช้กฎหมายเต็มรูปแบบ เพราะที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ผ่อนปรนให้ตลอด ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือว่าจะดำเนินการยังไงต่อไป มาตรการล่าสุดได้นำตู้คอนเทนเนอร์ไปตั้งไว้ในจุดต่างๆเพื่อไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าพื้นที่ และยืนยันว่าคืนนี้จะไม่นำกำลังเข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกายแต่อย่างแน่นอน และใช้กำลังดูแลพื้นที่โดยรอบเท่านั้น โดยจะประเมินสถานการณ์วันต่อวัน
ส่วนการแจ้งข้อกล่าวหาของพระสงฆ์ทั้ง 14 รูป ที่ไม่มารายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ตามหมายเรียก จะต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป พร้อมฝากเตือนศิษยานุศิษย์ที่ให้การช่วยเหลือพระธัมมชโย จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายเช่นเดียวกัน
ส่วนใครต้องการที่จะออกนอกพื้นที่ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ตลอด24 ชั่วโมง ล่าสุดมีคนในวัด 2600 คน หลังจากนี้เจ้าหน้านี้ต้องเข้มงวดการตรวจบุคคลเข้าออก เพราะเป็นพื้นที่ควบคุมตามคำสั่ง คสช.
ช่วงบ่ายประชุมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อชี้แจงถึงประกาศคำสั่งคสช.ตามมาตรา44 เพื่อไม่ให้กระทบกับสิทธิและเสรีภาพของประชาชน และใช้กฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม และ ยืนยันว่าเป็นการดำเนินการเพื่อเอาผิดเฉพาะบุคคลไม่เกี่ยวข้องกับการทำร้ายศาสนา ตามที่ถูกกล่าวหาในโซเซียลมีเดีย เกรงว่าจะทำให้ชาวไทยและชาวต่างชาติได้รับข้อมูลคลาดเคลื่อน
ส่วนการตรวจค้นที่ผ่านมา ได้ตรวจอาคารต่างๆคืบหน้าพอสมควร แต่พื้นที่เป้าหมายสำคัญอย่างโซนเอและบี ที่มีข้อสงสัยบางประเด็น ยังไม่สามารถเข้าไปค้นได้ และยืนยันว่าปฎิบัติการครั้งนี้จะใช้เวลาไม่มาก เพื่อไม่ให้ยืดเยื้อและสิ้นเปลืองงบประมาณ เพราะจะทำให้กฎหมายไม่มีประสิทธิภาพ