เนชั่นทีวี

ข่าว

กสม.ถกปม"ดีเอสไอ" ไม่รับคดี"บิลลี่"หายตัวเป็นคดีพิเศษ

08 ก.พ. 2560 | nation_ent

กสม.ถกปม"ดีเอสไอ"
ไม่รับคดี"บิลลี่"หายตัวเป็นคดีพิเศษ

กสม.ถกปมดีเอสไอไม่รับคดี "บิลลี่" หายตัวเป็นคดีพิเศษ ดีเอสไอยก 3 เหตุผลทำไปต่อไม่ได้ "อังคณา"เหน็บแค่สืบสวน ยังไม่สอบสวน เชื่อหากทำเต็มที่ไม่เกินความสามารถ เล็งให้ "แม่บิลลี่" ยื่นร้องใหม่ แก้ปัญหาเมียไม่ได้จดทะเบียนจึงเป็นผู้ร้องไม่ได้

  8 ก.พ. 60 - คณะอนุกรรมการสิทธิพลเมืองและการเมืองที่มีนางอังคณา ลีละไพจิตร กรรมการสิทธิ เป็นประธานได้ประชุมพิจารณากรณี น.ส.พิณนภา พฤกษาพรรณ(มึนอ)ภรรยาของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ นักต่อสู้ด้านสิทธิมนุษยชน แกนนำชาวบ้านกระเหรี่ยงบ้านบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ได้ร้องเรียนว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)ไม่รับคดีนายบิลลี่หายตัวไปเมื่อปี 57 เป็นคดีพิเศษ โดยได้มีการเชิญภรรยานายบิลลี่ ตัวแทนดีเอสไอ และผู้แทนกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เข้าหารือ  โดยนางอังคณา กล่าวหลังการประชุมว่าน.ส.พิณนภารู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมหลังดีเอสไอไม่รับเป็นคดีพิเศษซึ่งจากการสอบถามตัวแทนดีเอสไอให้เหตุผลว่า ได้สืบสวนเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้นเป็นระยะเวลาพอสมควรแล้วไม่สามารถสรุปเรื่องได้ทำให้มีผลต่อตัวชี้วัดของดีเอสไอประกอบกับน.ส.พิณนภาไม่ใช่ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของบิลลี่แต่ถ้าหากพบตัวหรือศพนายบิลลี่ ทางดีเอสไอจึงจะดำเนินคดีต่อได้อย่างไรก็ตามทางดีเอสไอก็จะส่งเอกสารเหตุผลที่ไม่รับคดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษมาให้ทางกสม.ก็จะได้นำมาศึกษาและสรุปเนื่องจากที่ผ่านมาอนุฯทำเรื่องการสูญหายมาหลายกรณี และเปรียบเทียบการทำคดีบุคคลสูญหายในต่างประเทศด้วย ซึ่งเห็นว่าตามพ.ร.บ.คดีพิเศษ 2547 ดีเอสไอมีอำนาจมากพอสมควรที่จะสืบสวนสอบสวนได้มากกว่านี้ และหากดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษจะมีช่องทางที่สามารถ นำตัวผู้กระทำความผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้จึงจะมีการทำหนังสือถึงดีเอสไอสอบถามว่าจะมีแนวทางที่จะทำคดีนี้อย่างไร  "วันนี้ดีเอสไอแค่สืบสวนแต่ไม่ได้สอบสวนดังนั้นเราคิดว่าถ้าได้ทำงานอย่างเต็มที่ทั้งสืบสวนและสอบสวนก็ไม่น่าจะเกินความสามารถของดีเอสไอการที่น.ส.พิณนภาไม่ได้จดทะเบียนสมรสทำให้ดีเอสไอไม่รับเรื่องเพราะไม่มีภรรยาตามกฎหมายนั้น คิดว่าอาจจะให้มารดานายบิลลี่มาเป็นผู้ยื่นร้องใหม่ หรือมอบอำนาจให้ภรรยานายบิลลี่ดำเนินการจะให้ ซึ่งดีเอสไอก็น่าจะสอบสวนได้แล้วเพราะกฎหมายให้การรับรอง แต่ก็ยอมรับว่า การจะไปตามหาแม่นายบิลลี่ไม่ใช่เรื่องง่าย"นายอังคณา กล่าว  ด้านน.ส.พิณนภากล่าวว่าถ้าดีเอสไอยื่นมือเข้ามาช่วยก็เชื่อว่าจะสามารถช่วยได้แต่พอทางดีเอสไอปฏิเสธรับเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษก็รู้สึกเสียใจซึ่งจากที่ตนได้พูดคุยกับทางดีเอสไอเมื่อครั้งที่ได้เข้ามาในพื้นที่บอกว่าทางดีเอสไออยู่ไกลและไม่ได้อยู่ในพื้นที่ซึ่งไม่ชำนาญในพื้นที่ถ้าตำรวจติดตามคดีนี้ชำนาญในพื้นที่มากกว่าซึ่งถ้าเป็นเช่นนี้จริงๆคดีจะไม่มีความคืบหน้า


ข่าวล่าสุด