เนชั่นทีวี

ข่าว

"PRIMETIME กับ เทพชัย" กฎหมายทวงหนี้ แก้เงินกู้นอกระบบ?

02 ก.พ. 2560 |

"PRIMETIME กับ เทพชัย" กฎหมายทวงหนี้ แก้เงินกู้นอกระบบ?

"ช่วยฉันไม่ได้ใช่ไหม" คำถามสุดท้ายของป้าสังเวียน รักษาเพ็ชร์ ก่อนจะราดน้ำมันทั่วร่างกายแล้วจุดไฟเผาตัวเอง เหตุการณ์สะเทือนขวัญนี้เกิดขึ้นประมาณ 10 โมงเช้า ของวันที่ 15 ตุลาคม ปี 2557


ป้าสังเวียน รักษาเพ็ชร์  ชาวไร่ข้าวโพดวัย 52 ปีจากลพบุรี เจตนาเลือก "ศูนย์บริการประชาชน"  ตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล เป็นสถานที่จบชีวิตตัวเอง เพราะนั่นดูเหมือนเป็นทางเดียวที่ทำให้เธอพ้นจากภาระหนี้สินที่เกิดจากเงินกู้นอกระบบ  ป้าสังเวียนรู้ดีว่าไม่มีทางที่จะจ่ายคืนเงินกู้ 4 แสนบาทที่บานปลายจากดอกเบี้ยขึ้นไปถึง 1.5 ล้านบาท 
แพทย์พยายามยื้อชีวิตของป้าสังเวียนที่ถูกไฟไหม้ทั้งตัวนานถึงห้าเดือน แต่สุดท้ายป้าสังเวียนก็จากไปในค่ำคืนวันที่ 16 มีนาคม 2558  ป้าสังเวียนเป็นเพียงหนึ่งในลูกหนี้นอกระบบ ผู้เป็นเหยื่อการขูดรีดดอกเบี้ยราคาแพงและโดนตามทวงหนี้จนไม่สามารถหาทางออกของชีวิตได้ 
รัฐบาลภายใต้การกำกับของ คสช.ได้ออกแบบสำรวจสอบถามประชาชนว่า เรื่องไหนที่ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนที่สุด ส่วนใหญ่ทั่วประเทศตอบเหมือนกันว่า เรื่องหนี้สิน ไม่ว่าจะเป็นในระบบหรือนอกระบบ 
ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย สำรวจพบว่าคนไทยเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ปี 2558 จำนวน 9.2หมื่นล้านบาท เป็นหนี้นอกระบบถึงร้อยละ 49 และสำรวจพบแต่ละครัวเรือนเป็นหนี้ไม่ต่ำกว่า 2 แสนบาท การเป็นหนี้นอกระบบหมายความว่าลูกหนี้ส่วนใหญ่เหล่านี้ต้องทุกข์ทรมานจากการถูกทวงถามหนี้ในรูปแบบต่างๆ การข้ำขู่จากแก๊งทวงหนี้กลายเป็นเรื่องปกติ  และลูกหนี้ไม่น้อยต้องอับอายขายหน้าในที่สาธารณะหรือในที่ทำงานจากการทวงหนี้ของแก็งทวงหนี้ การสำรวจของ"ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน" (ศคง.) ในปี 2556 พบปัญหาที่ประชาชนร้องเรียนเข้ามามากถึงร้อยละ 20 คือ พฤติกรรมทวงหนี้ไม่เหมาะสม เช่น พูดจาข่มขู่ โทรศัพท์ทวงในเวลาส่วนตัว เปิดเผยชื่อให้ลูกหนี้ให้คนอื่นทราบ หรือใช้คำพูดดูหมิ่นและเสียดสี 
รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาได้หยิบเอาเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นเรื่องเร่งด่วนในการแก้ไข   และได้ออกกฎหมายทวงถามหนี้ในปี 2558เป้าหมายคือการจัดการกับแก๊งทวงหนี้ ที่ใช้ทั้งกลุ่มนักเลงหรือทนายความที่รับจ้างทวงหนี้ กฎหมายฉบับนี้ได้รับการปรับมือต้อนรับจากบรรดาลูกหนี้เงินกู้นอกระบบต้องมีชีวิตอยู่อย่างหวาดผวา
"กฎหมายทวงหนี้" ของประเทศไทยมีสาระสำคัญคือการ ห้ามทวงหนี้กับบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ลูกหนี้   แต่ไม่ห้ามการการสอบถามข้อมูลเท่าที่จำเป็นกับคนในครอบครัว เช่น พ่อ แม่ สามีภรรยา และลูก ที่สำคัญคือกฎหมายฉบับนี้กำหนดเวลาทวงหนี้ไว้เฉพาะวันจันทร์ถึงศุกร์เท่านั้น และทำได้เฉพาะเวลาระหว่างแปดโมงเช้าถึงสองทุ่ม ขณะที่วันหยุดราชการห้ามเกินหกโมงเย็น ผู้ฝ่าฝืนมีโทษปรับ 1 แสนบาท โทษจำคุก 1 ปี
นอกจากนั้นยังห้ามข่มขู่ ห้ามใช้ความรุนแรง ห้ามดูหมิ่น หรือใช้ข้อความที่ไม่เหมาะสม หรือเปิดเผยตัวตนของลูกหนี้ รวมถึงห้ามไม่ให้ทวงถามหนี่ที่เป็นเท็จ หมายถึงทวงหนี้จำนวนมากเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดอัตรา ดอกเบี้ยไว้
มีการตั้งคณะกรรมการกำกับการทวงถามหนี้ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน และมีปลัดกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กลุ่มคุ้มครองผู้บริโภค นายกสภาทนายความ และผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 5คน เป็นกรรมการ
พฤติกรรมทวงหนี้ที่สร้างความทุกข์ใจให้แก่ลูกหนี้มากสุด คือการติดตามเปิดเผยข้อมูลลูกหนี้ตามสถานที่ต่างๆ และเปิดเผยในสื่อสังคมออนไลน์ด้วย ทำให้กฎหมายฉบับนี้มีข้อห้ามเปิดเผยเกี่ยวกับข้อมูลลูกหนี้หรือการทวงถามหนี้ผ่านเฟซบุ๊ค โปรแกรมไลน์หรือสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ แต่คำถามคือว่ากฎหมายฉบับนี้ซึ่งมีผลบังคับใช้มาแล้ว 1 ปี ช่วยทำให้การทวงหนี้นอกระบบด้วยวิธีการรุนแรงหรือละเมิดศักกดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ได้แค่ไหน
กฎหมายฉบับนี้ต้องการช่วยคุ้มครองลูกหนี้ แก็งทวงหนี้   ห้ามไม่ให้ข่มขู่-คุกคาม หรือดูหมิ่นเสียดสี และออกระเบียบบังคับให้บริษัทหรือผู้ทำธุรกิจติดตามทวงหนี้ต้องขึ้นทะเบียน แต่ปัญหาที่ยังเกิดขึ้นคือ ผู้บังคับใช้กฎหมายบางคนเป็นกลุ่มเดียวกับมาเฟียทวงหนี้ ชาวบ้านรู้ดีว่าการแจ้งความจะได้ผลสรุปสุดท้ายว่าอย่างไร 
พ.ร.บ.ทวงหนี้ ฉบับนี้ยังไม่มีประสิทธิผลมากนัก หรืออาจเป็นเพราะคนร่างกฎหมายส่วนใหญ่ไม่คุ้นเคยหรือมีประสบการณ์เป็นลูกหนี้หรือถูกไล่ล่าทวงหนี้มาก่อน

ข่าวล่าสุด