เนชั่นทีวี

ข่าว

ชาวสวนตกใจ ราคาน้ำยางสดดิ่ง

01 ก.พ. 2560 | wanchat

ชาวสวนตกใจ ราคาน้ำยางสดดิ่ง

ตรังเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางพาราแห่งประเทศไทย เรียกร้องรมต.เกษตรฯ ผู้บริหารกยท.เร่งแก้ปัญหาวิกฤติราคาน้ำยางดิ่งเหว และเรียกร้องสมาคมน้ำยางข้นไทย รับผิดชอบต่อเรื่องที่เกิดขึ้นโดยมองว่าเป็นเล่ห์เหลี่ยมของพ่อค้ารายใหญ่รวมหัวกันทุบราคา ทำให้ชาวสวนเดือดร้อน โดยอ้างน้ำยางสดล้นโรงงานผลิตน้ำยางข้นไม่ทัน


วันที่ 2 ก.พ.60 นายประทบ สุขสนาน รองประธานเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางพาราแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยนายถนอมเกียรติ ยิ่งฉ้วน ที่ปรึกษาคณะกรรมการเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางพาราแห่งประเทศไทย และนายวิรัตน์ อันตรัตน์ เครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางพาราจังหวัดตรัง กล่าวเรียกร้องไปยังรัฐบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และบอร์ดการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาราคาน้ำยางสดผันผวนอย่างหนัก โดยราคาดิ่งรายวันในขณะนี้ ให้เร่งตรวจสอบหาสาเหตุ และเร่งแก้ไขปัญหา เพราะแค่ 3 4 วันราคาร่วงลงประมาณ 24 บาท ทำให้เกษตรกรรากหญ้าได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก เพราะน้ำยางสดจากราคากก.ละเกือบ 89 บาท เหลือราคาในวันนี้กก.ละ 66 บาท แล้วเท่านั่น เป็นการซ้ำเติมชาวสวนยาง ก่อนหน้านี้ราคายางตกเหลือประมาณกก.ละ 45 46 บาท พอราคาดีขึ้นน้ำมาท่วมใหญ่ยาวนาน และพอเริ่มกรีดได้ราคาก็มาร่วงอีก ขณะที่สวนทางกับราคายางแผ่นดิบ และยางแผ่นรมควัน ที่ขณะนี้ราคายังอยู่ที่กก.ละ 92 93 บาท ซี่งสวนทางกับราคาน้ำยางสดอย่างสิ้นเชิง ซึ่งปกติจะแตกต่างกันอยู่ที่กก.ละ 5 6 บาทเท่านั้น จึงเรียกร้องรัฐบาลเร่งมาดูแลเรื่องนี้โดยด่วนโดยกล่าวว่า ทางบริษัทผลิตน้ำยางข้นให้เหตุผลที่ราคาน้ำยางสดราคาดิ่งเหวกับเกษตรกรว่า เป็นเพราะขณะนี้น้ำยางสดล้นโรงงานผลิตน้ำยางข้นจนผลิตน้ำยางข้นไม่ทัน โดยทางเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย เชื่อว่าไม่ใช่เป็นเพราะสาเหตุดังกล่าวอย่างแน่นอน แต่เป็นเพราะทางบริษัทซึ่งรวมตัวกันเป็นสมาคมน้ำยางข้นไทย รวมหัวกันกดราคา ทั้งนี้ เพราะเกิดความผิดปกติมาตั้งแต่วันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา ที่ตลาดซื้อขายยางล่วงหน้าซึ่งมีทั้งหมด 3 ตลาด ประกอบด้วย ตลาดไซคอม ประเทศสิงค์โปร์ และตลาดไชน่า ประเทศจีน ปิดตลาดเป็นเวลา 1 วัน คงเหลือแต่เฉพาะตลาดโตคอม ของประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น โดยในวันดังกล่าวตลาดซื้อขายล่วงหน้าญี่ปุ่นปิดราคาซื้อขายสูงสุดที่กก.ละ 108 บาท พอวันรุ่งขึ้นราคาน้ำยางสดในประเทศไทยก็ตกต่ำลงทันทีจึงเชื่อว่าจะต้องเป็นการรวมหัวกันทุบราคา เพราะมีผู้ได้ประโยชน์อย่างมหาศาลอย่างแน่นอน แต่ทำให้ชาวสวนยางรากหญ้าได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก
ประกอบกับพ่อค้าก็ทราบดีว่าในช่วงที่ผ่านมาภาคใต้เกิดฝนตกหนัก พื้นที่สวนยางพาราถูกน้ำท่วมใหญ่ไปกว่า 8 ล้านไร่ ทำยางหายไปจากตลาดประมาณ 30%จนถึงขณะนี้ชาวสวนยางพาราก็ยังไม่ฟื้นจากสภาพปัญหาดังกล่าว ดังนั้น ผลผลิตจึงมีไม่เพียงพอความต้องการของผู้บริโภคอย่างแน่นอน ความต้องการยางพาราก็จะต้องมากขึ้นด้วย ประกอบกับการยางแห่งประเทศไทย (กยท.)กำลังจะประกาศขายยางในสต๊อกล็อตใหม่ ทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลที่เชื่อได้ ผู้ค้ายางเอกชนยักษ์ใหญ่ใช่เล่ห์เหลี่ยมที่แยบยล โดยอ้างว่าโรงงานผลิตน้ำยางข้นไม่ทัน ทุบทำลายราคาน้ำยางสดจนตกต่ำชนิดราคาหันหัวกลับดิ่งเหว ส่วนที่เหลือจากการผลิตน้ำยางข้น ก็จะฉวยโอกาสนำน้ำยางสดไปผลิตเป็นยางแผ่นดิบ และยางแผ่นรมควัน เพื่อส่งขาย เกษตรกรก็จะเดือดร้อน เพราะเกษตรกรซึ่งเป็นต้นน้ำกว่า 80%ขายน้ำยางสดให้โรงงาน ถือเป็นการกระทำที่ขาดจริยธรรมอย่างรุนแรง และทำร้ายชาวสวนยางอย่างที่สุด จึงเรียกร้องไปยังสมาคมน้ำยางข้นไทย รับผิดชอบต่อเรื่องที่เกิดขึ้น
พร้อมเรียกร้องไปยังรัฐบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และบอร์ด กยท.ซี่งมีหน้าที่โดยตรงในการดูแลแก้ปัญหายางพารา ต้องเร่งแก้ไขปัญหาให้ชาวสวนอย่างเร่งด่วน เพราะเดือดร้อนอย่างหนัก และซ้ำเติมปัญหาให้แก่ชาวสวนยาง ส่วน กยท.จะต้องใช้วิกฤตินี้ นำมาตรา 49 (3) ตาม พ.ร.บ.การยางมาใช้ ด้วยการปล่อยเงินกู้ซึ่งขณะนี้ กยท.มีอยู่กว่า 3,500 ล้านบาท ให้กับสถาบันเกษตรกร , สหกรณ์ ,วิสาหกิจชุมชน และBUซึ่งเป็นเครื่องมือที่ถูกต้องตามกฎหมายของ กยท.ในการแก้ไขปัญหาราคายางของชาวสวน นำเงินไปต่อยอดทำผลิตภัณฑ์ยาง รวมทั้งทำยางเครป ยางแผ่นดิบ ยางแท่ง ยางรมควัน ยางแผ่นรมควันอัดแท่ง เพื่อรับซื้อน้ำยางสดจากเกษตรโดยตรง จะได้ไม่ต้องส่งขายและตกเป็นเครื่องมือค้าขายทำกำไรให้แก่นายทุน
โดยในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่จังหวัดอุดรธานี ซี่งจะมีการประชุมคณะกรรมการเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางพาราแห่งประเทศไทย ก็จะนำวาระวิกฤติน้ำยางสดเข้าที่ประชุมเพื่อหารือ ยื่นหนังสือถึงรัฐบาล รัฐมนตรีว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และบอร์ด กยท.ให้เร่งแก้ปัญหาเรื่องนี้เป็นการด่วน

ข่าวล่าสุด