นี่เป็นบันทึกประจำวัน คำสารภาพ ของนายสัป วาปี ต่อหน้าตำรวจ และญาติพี่น้อง ที่ สภ.นาโดน จ.สกลนคร โดยยอมรับว่า เป็นคนขับรถชนคนตายไม่ใช่ครูจอมทรัพย์ ที่ออกมารับผิดเพราะสงสารครูต้องมารับผิดแทน โดยบอกว่าหลังเกิดเหตุได้เปิดประตูรถยนต์ ลงมาดู ก่อนขับรถหนีไป แล้วนำรถไปซุกซ่อนในป่าที่ใกล้หมู่บ้าน ต่อมาได้ขายรถให้กับคนชื้อของเก่าในราคา 2 หมื่นบาท ภายหลังทราบว่า นางจอมทรัพย์ถูกศาลตัดสินจำคุก เกิดความงสารและเห็นใจ ที่ไม่ได้ทำผิด แต่ต้องมาติดคุก จึงตัดสินใจเข้าสารภาพ โดยมี พ.ต.อ.อดิศักดิ์ ชมศรีหาราช พนักงานสอบสวนชำนาญการ สภ.นาโดน ลงบันทักประจำวัน
มีรายงานว่า จากหลักฐานชิ้นนี้ ทำให้ พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เตรียมไว้ใช่ต่อสู้คดี และสืบพยานบุคคลไว้ 3 ปาก ซึ่งกระทรวงยุติธรรมตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นพยานหลักฐานใหม่ทั้งหมด และยังไม่เคยนำเข้าสู่การพิจารณาของศาล จึงมั่นใจเกิน 100% ว่าพยานหลักฐานใหม่จะสามารถพลิกคำพิพากษาคดีครูจอมทรัพย์ได้
ขณะที่ พยานปากเอกอีกราย คือ นางทัศนีย์ หาญพยัคฆ์ วัย 61 ปี บอกว่า วันเกิดเหตุไปงานบุญแจกข้าวบ้านญาติพร้อมกับเพื่อน โดยขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า ดรีม สีขาว ออกจากบ้านงาน มาได้ประมาณ 20 เมตร มีรถยนต์คันหนึ่งวิ่งตามหลังมาด้วยความเร็วสูง พร้อมกับขับแซงนำหน้ารถขึ้นไป เป็นจังหวะเดียวกันที่นายเหลือ พ่อบำรุง ผู้ตาย ขี่รถจักรยานข้ามฟากมาจากอีกฝั่งหนึ่ง จนถูกรถยนต์กระบะชนทางด้านขวา จนร่างของนายเหลือลอยกระเด็นตกห่างจุดชนหลายเมตร
จากนั้น เห็นคนขับรถกระบะฝั่งด้านคนขับลักษณะเป็นผู้ชาย รูปร่างท้วม สวมเสื้อแขนยาวสีดำ รองเท้าหนัง เปิดประตูเดินรถมานั่งยองๆ ดูว่านายเหลือเสียชีวิตหรือไม่ แล้วก็เดินขึ้นรถขับหนีออกไปอย่างรวดเร็ว จำได้แม่นว่าทะเบียนก็คือ หมายเลข 56 ส่วนหมวดอักษรจะเป็น บค หรือ บต นั้นไม่แน่ใจ แต่ไม่เห็นหมวดจังหวัด และจำสีรถไม่ได้ ที่สำคัญจำได้แม่นยำว่ารถกระบะคันนี้ติดหลังคาแครี่บอย ถึงจะมืดมาก แต่หน้ารถตนเปิดไฟ จึงส่องเห็นทางด้านท้ายรถกระบะชัดเจน เช่นเดียวกับ นางทองเรศ วงศ์ศรีชา ชาว ต.ท่าลาด อ.เรณูนคร จ.นครพนม ที่มาด้วยกัน ยืนยันว่า คนชนเป็นผู้ชาย
ในขณะที่พนักงานสอบสวน พบจุดอ่อนจากคำสารภาพของนายสับ วาปี โดยได้ข้อมูลจาก นายอุบล ไชยบัญ อายุ 64 ปี ชาวบ้านแก้ง ต.คำปลาหลาย อ.เมืองจ.มุกดาหาร พยานปากสำคัญคนใหม่ในคดี นายอุบลคือคนซื้อรถต่อจากนายสับ วาปี นายอุบลยืนยันว่าซื้อรถจากนายสับมาตั้งแต่ปี 2546-2547 จึงเป็นไปไม่ได้ที่นายสับจะเอารถไปก่อเหตุในปี 2548
พร้อมยืนยันมีใบคู่มือรถที่เป็นชื่อของตัวเองก่อนเกิดเหตุ และได้ไปต่อ พ.ร.บ.รถยนต์ที่สำนักงานขนส่ง จ.มุกดาหาร ในวันที่ 21 ก.พ. 2548 จริง จึงเชื่อได้ว่า รถยนต์กระบะ สีเขียว หมายเลขทะเบียน บค 56 มุกดาหาร ที่นายสับ วาปี อ้างว่าเป็นคนขับไปชนจักรยานที่ จ.นครพนม เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2548 จึงเป็นไปไม่ได้ เพราะในวันเกิดเหตุ รถคันนี้ยังอยู่กับเขา
ขณะที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อยากให้ประชาชนรอผลการตรวจสอบก่อน อย่าเพิ่งไปคาดการณ์ หรือวิพากษ์วิจาณณ์ เพราะอาจสุ่มเสี่ยงในเรื่องการดูหมิ่นศาลได้ เพราะช่วงที่ผ่านมาการรับรู้ข้อมูลข่าวต่างๆ มีการบิดเบือน สร้างความสับสน โดยอาจจะมีกลุ่มคนที่ไม่หวังดีกับทุกองค์กร