เนชั่นทีวี

ข่าว

"นายกสภาทนายความฯ" แถลง ช่วยเหลือทาง กม. เหตุรถตู้ ชนรถกระบะปีใหม่

11 ม.ค. 2560 | nation_ent

"นายกสภาทนายความฯ" แถลง ช่วยเหลือทาง กม. เหตุรถตู้ ชนรถกระบะปีใหม่

" นายกสภาทนายความฯ " แถลง พร้อมช่วยเหยื่อทางกฎหมายทั้งคดีแพ่ง-อาญาฟรี เหตุรถตู้ ชนรถกระบะปีใหม่ ส่งคณะทำงานสอบข้อเท็จจริงผู้เสียหายใกล้ชิด ชี้ เหตุที่เกิดละเมิดสิทธิมนุษยชน ทั้งด้านแรงงาน-ความปลอดภัยในบริการ ใช้คนขับวิ่งเอารอบ จี้ บขส.-เอกชน เพิ่มมาตรการสอดส่องคุมใกล้ชิด

                                                      ที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ วันที่ 11 ม.ค.60 เวลา11.00น.ว่าที่ ร.ต.ถวัลย์ รุยาพรนายกสภาทนายความฯ พร้อมกับคณะบริหารแถลงข่าวถึงการให้ความช่วยเหลือญาติผู้ประสบอุบัติเหตุ รถตู้ชนรถกระบะ มีผู้เสียชีวิต25ศพ ช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่                               โดยว่าที่ ร.ต.ถวัลย์ นายกสภาทนายความฯกล่าวว่าจากเหตุการณ์ รถตู้โดยสาร ที่วิ่งบริการรับผู้โดยสารจากจังหวัดจันทบุรี เกิดอุบัติเหตุชนกับรถกระบะ จนเกิดไฟลุกไหม้ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง25ศพ ได้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างไม่ว่าครอบครัวผู้ตายคนขับตัวผู้ประสบเหตุทั้งคนเจ็บ คนตายผู้ใช้รถใช้ถนนทั่วไปจนมองว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะต้องมีมาตรการดูแลสอดส่องและควบคุมอย่างใกล้ชิดทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ                              สภาทนายความฯ ในฐานะเป็นหน่วยงานที่ดูแลปกป้องสิทธิของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากบริการสาธารณะจึงได้ประชุมหาทางออกทางกฎหมาย และพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือแก่ผู้เสียหายทุกคนโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายทั้งในชั้นสอบสวนและในชั้นศาลทั้งสามศาลทั้งคดีแพ่งและคดีอาญาโดยสภาทนายความฯมอบให้นายธำรงศักดิ์ เครือแก้วอุปนายกฝ่ายปฏิบัติการเดินทางไปสอบข้อเท็จจริงกับผู้เสียหายที่ภูมิลำเนาแล้วและได้เตรียมจัดคณะทำงานติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดแล้ว                                      " ในส่วนของสภาทนายความฯ จะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะการฟ้องคดีเรียกค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้ตายผู้บาดเจ็บและญาติไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาลค่าปลงศพค่าขาดไร้อุปการะค่าใช้จ่ายอื่นๆค่าเสียหายแก่ร่างกายหรืออนามัยเสียความสามารถในการทำงานทั้งปัจจุบันและอนาคตรวมทั้งค่าเสียหายอย่างอื่นที่มิใช่ตัวเงินโดยให้คิดดอกเบี้ยตามกฎหมายตั้งแต่วันเกิดเหตุจนกว่าจะชำระเสร็จ " ว่าที่ ร.ต.ถวัลย์ นายกสภาทนายความฯกล่าวย้ำ                          ขณะที่นายธนชาติ แสงประดับธรรมโชติรองประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนสภาทนายความฯกล่าวว่าอุบัติเหตุที่เกิดมีแนวโน้มของการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยมีความสัมพันธ์ของผู้เกี่ยวข้องกลุ่มแรกระหว่างหจก.พลอยหยกผู้ประกอบการกับพนักงานขับรถตู้ในการใช้แรงงานเข้าข่ายละเมิดสิทธิมนุษยชนเพราะพื้นฐานของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจสังคมและวัฒนธรรมที่ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีและมีผลใช้บังคับในข้อ7ซึ่งประเทศไทยได้ให้การรับรองสิทธิในการทำงานของแรงงานเพื่อให้มีสภาพการทำงานที่เป็นธรรมยุติธรรมและมีความปลอดภัยมีค่าตอบแทนที่เหมาะสมมีการพักผ่อนและชั่วโมงการทำงานที่เหมาะสมรวมทั้งสิทธิในสวัสดิการสังคมและการประกันสังคมได้ทั่วถึงการคุ้มครองแรงงานต่อการถูกละเมิดสิทธิจะต้องได้รับการส่งเสริมอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม                                   โดยเหตุการณ์นี้คนขับได้ทำงานติดต่อเป็นเวลานาน ต้องขับรถทางไกลไป - กลับถึง 5 รอบในช่วงเวลาไม่น้อยกว่า31ชั่วโมงเกินกว่าร่างกายมนุษย์จะรับได้จนพักผ่อนไม่เพียงพอซ้ำค่าตอบแทนสวัสดิการอาจไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดทำให้คนขับต้องอดหลับอดนอนเพื่อจะได้ส่วนแบ่งจากจำนวนรอบให้มากขึ้นจนคนขับได้รับสิ่งเย้ายวนว่าหากขับรถได้รอบมากก็ได้เงินมากขณะที่ผู้ประกอบการก็ได้รับรายได้ที่สูงขึ้นด้วยทางบริษัทขนส่งจำกัดก็ได้รับส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นโดยไม่ได้คำนึงถึงผลเสียที่เกิดขึ้นต่อสาธารณะ                                          " ถือได้ว่าผู้ประกอบการมีพฤติกรรมละเมิดกติกาต่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจสังคมและวัฒนธรรมดังกล่าวโดยการเอารัดเอาเปรียบแรงงานจากคนขับรถตู้มีการแสวงหาประโยชน์จากแรงงานโดยไม่เป็นธรรมจึงเข้าข่ายละเมิดสิทธิมนุษยชน "รองประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนสภาทนายความฯ ระบุ                                  นายธนโชติ รองประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนสภาทนายความฯกล่าวอีกว่า กลุ่มที่ 2 เป็นความสัมพันธ์ระหว่าง บริษัท ขนส่งจำกัด( บขส.) ในฐานะผู้อนุญาตให้หจก.พลอยหยกเข้าร่วมจัดทำบริการสาธารณะในการรับส่งผู้โดยสารเป็นความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับเอกชนในระบบห่วงโซ่ที่รัฐมีหน้าที่ต้องปกป้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชนด้านแรงงานจึงต้องมีหน้าที่ตรวจสอบสอดส่องดูแลมิให้เจ้าของกิจการรถร่วมใช้แรงงานคนขับด้วยการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยไม่ควรปล่อยปละละเลยให้มีการละเมิดสิทธิแรงงานในห่วงโซ่อุปทานของตนเพียงเพราะคิดว่าจะไม่ถูกตรวจสอบหรือดำเนินคดี เรื่องนี้คนขับไม่ได้นำรถเข้ารับผู้โดยสารในบริเวณจุดที่กำหนดแต่สามารถวิ่งไปกลับได้ถึ ง5 รอบ ขาดการตรวจสอบจาก บขส.เป็นสภาพการทำงานที่เสี่ยงต่ออันตรายจนกระทั่งเกิดเหตุบขส.จึงเข้าข่ายมีพฤติกรรมละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านแรงงาน                                    กลุ่มที่ 3ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ประกอบการ กับผู้ใช้บริการ ซึ่งตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจฯ ข้อ9, 12 และ15ที่รัฐจะต้องทำให้ประชาชนได้รับการบริการที่ปลอดภัยแต่กลับละเลยจนประชาชนถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนในการรับบริการขนส่งสาธารณะ                    " สภาทนายความฯ จึงขอให้ภาครัฐ ตรวจสอบควบคุมและตระหนักถึงสิทธิมนุษยชนโดยเคร่งครัดและลงโทษผู้กระทำความผิดอย่างจริงจัง " นายธนโชติ รองประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนสภาทนายความฯ กล่าว                                       ทั้งนี้ ภายหลังการแถลงข่าวให้ความช่วยเหลือญาติผู้เสียหายจากอุบัติเหตุรถตู้แล้ว ว่าที่ ร.ต.ถวัลย์ นายกสภาทนายความฯ ยังกล่าวว่า ขณะที่นี้สภาทนายความ ฯ ยังได้เปิดศูนย์อำนวยการให้ความช่วยเหลือเหตุอุทกภัยน้ำท่วมพื้นที่จังหวัดภาคใต้ด้วย โดยเปิดรับบริจาคทรัพย์และสิ่งของเพื่อนำไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมในภาคใต้ ทั้งนี้ประชาชน สามารถติดต่อแจ้งความประสงค์ในการบริจาคทรัพย์ ได้ที่บัญชีเลขที่ 201-030-599-9 ธนาคารกรุงเทพฯ สาขาสำนักงาน ก.พ. ชื่อบัญชีสภาทนายความ  และสามารถบริจาคสิ่งของ ได้ที่ศูนย์อำนวยการให้ความช่วยเหลือเหตุอุทกภัยฯ สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ เลขที่ 249 ถ.พหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ โทรศัพท์ 02-522-7124-27, 02-522-7147-49 ต่อ 110, 111 โทรสาร 02-522-7158 และโทรศัพท์มือถือ 083-096-5212 ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป 

ข่าวล่าสุด