เบื้องต้นจากตรวจบ้านที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูน 2 ชั้นเลขที่ 22/13 อยู่ด้านข้างโรงเรียนเจียหมิน เขตเทศบาลกบินทร์บุรี อำเภอกบินทร์ จ.ปราจีนบุรี พบรถเบ๊นซ์ สีดำ หมายเลขทะเบียน ธท 2005 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ด้านหลังบ้าน แต่ด้านหน้าบ้านกลับถูกล๊อคด้วยกุญแจขนาดใหญ่ แต่เจ้าหน้าที่ทราบว่าภายในบ้านมีผู้อาศัยอยู่ จึงเรียก แต่ไม่มีเสียงตอบรับ จนนานกว่า 20 นาทีจึงมีคนที่อยู่ภายในเดินออกมาเปิดให้ ทราบชื่อคือ นายรณกฤต สมบูรณ์พงษ์ อายุประมาณ 30 ปี และเป็นเจ้าของบ้านหลังดังกล่าว
จากการตรวจสอบภายในห้องชั้นล่าง พบหญิงสาวนอนโทรมอยู่บนที่นอน ทราบชื่อระบุตามบัตรประชาชน หม่อมหลวง ปภาณ ทวีเด่นวาณิช อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 778/125 ถ.เจริญพัฒนา แขวงบางชัน เขตบางสามวา กรุงเทพมหานคร โดยนอนโทรม ไม่มีเรียวแรงอยู่ในห้องดังกล่าว เบื้องต้นทราบว่าไม่สบายมา 3 วันแล้ว แต่นานายรณกฤต กลับไม่พาไปหาแพทย์ที่โรงพยาบาล เพียงแค่ซื้อยามาให้กินเท่านั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงประสานหน่วยกู้ภัยสัจจะกบินทร์บุรี นำส่ง รพ.กบินทร์บุรี เพื่อให้แพทย์รักษาอาการ
จากการสอบถาม นายรณกฤต สามี ทราบว่า ตนเพิ่งกลับมาจากกรุงเทพฯ และเข้ามาพักที่บ้านหลังนี้ได้เพียง 3 วัน เนื่องจากแฟนสาวเกิดไม่สบาย และคิดว่าไม่เป็นอะไรมาก จึงแค่ซื้อยาจากร้านขายยามาให้กินเท่านั้น คิดว่าน่าจะหายดี แต่อาการกลับทรุดหนัก ตนไม่กล้าพาไปหาแพทย์ที่ รพ.
ทั้งนี้ สำหรับสาเหตุที่นายรณกฤต ไม่พาภรรยาไปรักษาตัวที่ รพ. คาดว่ากลัวตรวจสอบประวัติ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจปัสสวะเป็นสีม่วง ซึ่งนายรณกฤต ให้การยอมรับว่า เสพมาก่อนหน้านี้ได้ 3 วัน และไม่ได้กักขังหนวงเหนี่ยว รวมถึงทำร้ายหม่อมหลวงปภาณ ตามที่ได้รับแจ้ง
อย่างไรก็ตาม จากการให้การไม่ตรงกับผู้แจ้ง รวมถึงคำให้การของนายรณกฤต ไม่ตรง โดยจากข้อมูลก่อนหน้าที่เจ้าหน้าที่จะเข้าช่วยเหลือทราบว่า ทั้งสองได้มีปากเสียงกันจากนั้นก็หายเข้าไปในบ้านหลังดังกล่าว โดยไม่โผล่ออกมาให้เห็นหน้าทั้งคู่ ชาวบ้านเกรงว่าจะได้รับอันตรายจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบและช่วย ม.ล.ปภาณ ออกมาให้แพทย์ได้รักษาอาการป่วย และได้เชิญตัวนายรณกฤต ให้ปากคำอีกครั้งที่ สภ.กบินทร์บุรี ส่วนผู้ป่วยเจ้าหน้าที่จะประสานทางญาติมารับตัวพร้อมสอบปากคำเพิ่มเติม