ในระบบตะกร้าเงินใหม่ของจีนได้เพิ่มอีก 11 สกุลเงินเข้ามาถ่วงน้ำหนักในการกำหนดสูตรคำนวณค่าเงินหยวนอย่างเป็นทางการในแต่ละวัน พร้อมลดน้ำหนักเงินดอลลาร์สหรัฐ และสกุลเงินที่อิงอัตราคงที่ตายตัว (peg) กับเงินดอลลาร์ เช่น ริยาร์ดของซาอุดิอารเบีย และฮ่องกงดอลลาร์ เพื่อให้ตะกร้าสกุลเงินที่ถ่วงในสูตรกำหนดค่าเงินหยวนมีเสถียรภาพมากขึ้น โดยธนาคารกลางของจีน (PBOC) ต้องการที่จะรักษาสมดุลในการใช้เงินหยวนเพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ กับความพยายามที่จะปกป้องกระแสเงินทุนไหลออกไปนอกประเทศ หลังจากที่อัตราแลกเปลี่ยนของเงินหยวนร่วงลงอย่างรวดเร็วต่ำกว่าระดับ 7 หยวนต่อดอลลาร์เมื่อวันพุธที่ผ่านมา
ดังนั้นนับตั้งแต่ต้นปี 2017 คงต้องจับตา เงินหยวนจะเคลื่อนไหวอย่างไร โดยนักวิเคราะห์เริ่มที่จะ countdown ถึงทิศทางการอ่อนค่าของเงินหยวนในระลอกใหม่แล้ว
1.ในเรื่องการอ่อนค่าของเงินหยวนหลุดต่ำกว่าระดับ 7 หยวนต่อดอลลาร์ กลายเป็นประเด็นร้อนในช่วงส่งท้ายปี 2016 โดยเฉพาะนักลงทุนทั่วโลกต่างจับตามองทิศทางการเคลื่อนไหวของเงินหยวนในปี 2017 จนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆนาๆ ส่งผลให้ PBOC เตรียมแผนการที่จะรักษาเสถียรภาพของเงินหยวนไปพร้อมๆกับการทำให้เศรษฐกิจมีการเติบโตอย่างเหมาะสม ด้วยการใช้ระบบตะกร้าเงินใหม่ที่จะเริ่มใช้ในวันที่ 1 มกราคมปี 2017 เป็นต้นไป
โดยระบบตะกร้าเงินใหม่จะเพิ่มเป็น 24 สกุลเงินจากปัจจุบันที่มีอยู่ 13 สกุลเงินในการกำหนดค่าเงินหยวนแต่ละวัน พร้อมกันนี้จะมีการปรับลดน้ำหนักการถ่วงของเงินดอลลาร์สหรัฐ จาก 26.4% เป็น 22.4% ขณะเดียวกันจะมีการลดน้ำหนักของสกุลเงินที่ peg กับเงินดอลลาร์ เช่น ริยาลของซาอุดิการเบีย และฮ่องกงดอลลาร์ ฮ่องกงดอลลาร์ลงเหลือ 30.5% จากปัจจุบันที่มีอยู่ 33% โดยเพิ่มน้ำหนักเงินวอนของเกาหลีใต้ 10.8%
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าระบบตะกร้าเงินใหม่ของจีนครั้งนี้ เปรียบเสมือนเป็นการ Reset เงินหยวน เพื่อขจัดปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลต่อความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจจีนที่สืบเนื่องมาจากการชนะเลือกตั้งของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กำลังจะก้าวเข้ามาเป็นผู้นำสหรัฐ ประกอบกับปริมาณเงินหยวนที่มีการเคลื่อนไหวในตลาดต่างประเทศ หรือตลาดออฟชอร์หยวน มีมากขึ้นจนทำให้ PBOC สูญเสียการควบคุมเงินหยวนมากขึ้น
ขณะที่นักลงทุนทั่วโลกยังคงมองว่าเงินหยวนจะอ่อนค่าลงในปี 2017 หลังจากที่เคบเกิดอาการช็อคจากการลดค่าเงินหยวนถึง 2% ในช่วง 16 เดือนก่อนหน้านี้
2.นับจากเงินหยวนอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องจากปัญหาเงินทุนไหลออกที่มียอดพุ่งทะลุสูงถึง 1.1 ล้านล้านดอลลาร์ จากรายงานของโกลด์แมน แซคส์ นับตั้งแต่เดือนสิงหาคมปี 2015 กลายเป็นเรื่องที่ท้าทายธนาคารกลางของจีนอย่างมากว่าจะหามาตรการควบคุมเงินทุน หรือ capital control แบบไหนมาใช้จัดการกับการเคลื่อนย้ายเงินทุนต่อไปอย่างไร
จากรายงานของบลูมเบิร์กระบุว่ามาตรการใหม่ที่ธนาคารกลางจีนจะนำมาใช้โดยกำหนดโควต้าให้สามารถแปลงเงินหยวนเป็นสกุลเงินตราต่างประเทศได้รายละ 50,000 ดอลลาร์ จะส่งผลต่อเงินหยวนให้อ่อนค่าลง ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะเริ่มนำมาใช้ในวันแรกของการทำการในปี 2017
หลังจากที่เงินหยวนได้ร่วงลงอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งต่ำกว่าระดับ 7.0 หยวนต่อดอลลาร์เมื่อวันพุธที่ 28 ธันวาคม นับเป็นการร่วงลงถึง 7.2% นับตั้งแต่ต้นปีมานี้อย่างไรก็ตาม ได้เกิดปฏิกิริยาต่อตลาดเงินในประเทศในช่วงส่งท้ายปี เมื่อตลาดเงินระยะสั้นของจีนเกิดการตึงตัวขึ้นอย่างฉับพลัน โดยอัตราดอกเบี้ยซื้อลดในตลาดบอนด์ช่วงข้ามคืน หรือ overnight repo พุ่งขึ้นสูงแตะระดับ 33%
3.สำหรับ 24 สกุลเงินในระบบตะกร้าเงินใหม่ประกอบด้วยดอลลาร์สหรัฐ ยูโร เยน ฮ่องกงดอลลาร์ ปอนด์ ออสเตรเลียดอลลาร์ นิวซีแลนด์ดอลลาร์ ฟรังก์สวิส แคนาดาดอลลาร์ สิงคโปร์ดอลลาร์ มาเลเซียริงกิต รัสเซียรูเบิล เงินบาท วอนเกาหลี ริยาลซาอุฯ เม็กซิกันเปโซ รวมทั้งสกุลเงินเล็กๆ ของโปแลนด์ ฮังการี แอฟริกาใต้ ตุรกี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สวีเดน เดนมาร์ก และนอรเวย์
ทั้งนี้เงินหยวนเปิดเทรดในตลาดเอเชียแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยที่ระดับ 6.9559 ส่วนเงินหยวนในตลาดออฟชอร์อยู่ที่ 6.9654 ต่อดอลลาร์ ขณะที่เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเล็กน้อย โดย Dollar Index แตะที่ 102.88 ลดลงจากวันก่อนหน้าที่ 103.13 ยังคงแข็งค่ามากที่สุดในทศวรรษที่ผ่านมา
4.ส่วนการเคลื่อนไหวของตลาดบอนด์โลกนั้น ปรากฎว่าบอนด์ยีลด์อายุ 10 ปีของเยอรมันร่วงลงต่ำสุดที่ 0.183% และและอังกฤษที่เทรดต่ำกว่า 1.24% หลังจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ โดยมีการปรับตัวของราคาดีขึ้น เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าบอนด์ยีลด์ของกลุ่มประเทศยุโรปจะยังคงเทรดในระดับต่ำต่อเนื่องในช่วงต้นปี 2017 ขณะที่บอนด์ยีลด์ 10 ปีของสหรัฐ ลดลงต่ำกว่า 2.50% เป็นครั้งแรกหลังวันที่ 8 พฤศจิกายน
5.ขณะที่ราคาทองคำรีบาวด์กลับในวันส่งท้ายปี พุ่งขึ้นเกือบ 20 ดอลลาร์ที่ระดับ 1,158 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในนิวยอร์ก ก่อนปรับตัวขึ้นต่อในตลาดเอเชียช่วงเช้าวันนี้ที่ 1,162 ดอลลาร์ จากแรงซื้อที่เข้ามาในช่วง 2-3 นาทีก่อนปิดตลาดที่ลอนดอน เป็นจำนวน 30,000 สัญญา เป็นมูลค่าราว 3.5 พันล้านดอลลาร์ สวนทางดาวโจนส์ปิดตลาดอย่างซบเซาที่ 19,819 ลดลง 0.07% ส่วน S&P 500 ปิดที่ 2,249 ลดลง 0.03% และ Nasdaq ปิดที่ 5,432 ลดลง 0.12%