เนชั่นทีวี

ข่าว

หยวนเบรกไม่อยู่ อ่อนค่าทะลุ 7 หยวนต่อดอลลาร์

29 ธ.ค. 2559 | te

หยวนเบรกไม่อยู่ อ่อนค่าทะลุ 7 หยวนต่อดอลลาร์

จับตาเงินหยวนเบรกไม่อยู่ อ่อนค่าลงอย่างรวดเร็วทะลุระดับ 7 หยวนต่อดอลลาร์เมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นระดับที่เป็นจิตวิทยาของตลาด ขณะที่ธนาคารกลางจีน (PBOC) ออกมาตอบโต้ระบุถึงรายงานข่าวที่ขาดความรับผิดชอบของสื่อต่างปะเทษต่อการเคลื่อนไหวที่อ่อนค่าในตลาดซื้อขายเงินตราในประเทศ หรือ Onshore Yuan ดังกล่าว ทั้งที่เงินหยวนได้เคลื่อนไหวช่วงแคบๆ ระหว่าง 6.9500-6.9666 หยวนต่อดอลลาร์

ขะที่ Dollar Index ยังคงพุ่งขึ้นหนุนเงินดอลลาร์แข็งค่าทำสถิติสูงสุดใหม่ในรอบ 14 ปีอย่างต่อเนื่องที่ระดับ 103.63 สวนทางดาวโจนส์ยังไม่สามารถทะลุผ่านระดับ 20,000 แต่กลับปรับตัวลดลง 111 จุดปิดในระดับที่ต่ำกว่า 19,900 อีกครั้ง

1. เงินหยวนร่วงลงแตะระดับ 7.0121 ต่อดอลลาร์เมื่อวันพุธที่ 28 ธันวาคมตามชาร์ทมอร์นิเตอร์การเคลื่อนไหวในระหว่างชั่วโมงซื้อขาย ประกอบกับรายงานของสื่อต่างประเทศหลายสำนักถึงการอ่อนค่าลงทะลุระดับแนวรับที่เป็นจิตวิทยาสำคัญของเงินหยวนที่ร่วงลงแตะ 7 หยวนต่อดอลลาร์
แต่ PBOC ได้ออกมาตอบโต้ว่าเป็นการรายงานข่าวอย่างไม่รับผิดชอบของสื่อ เนื่องจากเงินหยวนมีการซื้อขายตลาดในประเทศ หรือตลาดออนชอร์นั้น เงินหยวนเคลื่อนไหวอยู่ใน microblog ระหว่าง 6.9500-6.9666 ต่อดอลลาร์เมื่อวันพุธ
เงินหยวนถูกกดดันให้อ่อนค่าลงจากกระแสเงินทุนไหลออกอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีนี้ ส่งผลกระทบต่อเงินหยวนที่อ่อนค่าลง 7% ในปีนี้ โดยนักวิเคราะห์ในตลาดได้คาดการณ์เงินหยวนจะอ่อนค่าลงที่ 7 หยวนต่อดดอลาร์ในช่วงปลายปี
อย่างไรก์ตาม ตลาดยังคงจับตาเงิหยวนจะยังคงอ่อนค่าลงต่อในปี 2017 หรือไม่ โดยช่วงเช้าวันนี้ ชาร์ทของบลูมเบิร์กได้แสดงการเคลื่อนไหวของเงินหยวนเคลื่อนไหวในตลาดสปอตที่ 6.9538-6.9613 ต่อดอลลาร์โดยที่ช่วงหนึ่งของการซื้อขายมีแรงกระชากเงินหยวนอ่อนค่าลงทะลุ 7 หยวนในชั่วขณะหนึ่งก่อนปรับตัวแข็งค่าขึ้น

2. ท่ามกลางการเทขายในตลาดบอนด์ทั่วโลกมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีนี้ จนส่งผลให้บอนด์ยีลด์ 10 ปีของสหรัฐที่เป็นอัตราการอ้างอิงของตลาดนั้นปรับตัวพุ่งขึ้นแตะ 2.59% ล่าสุดมีรายงานเปิดเผยถึงจำนวนบอนด์ของภาคธุรกิจเอกชนที่ออกมาขายในปีนี้พุ่งทำสถิติสูงถึง 6.62 ล้านล้านดอลลาร์ เนื่องจากความต้องการซื้อของธนาคารกลางญี่ปุ่นและธนาคารยุโรปที่มีอย่างต่อเนื่อง เพื่ออัดฉีดเงินสภาพคล่องให้ภาคธุรกิจและหวังให้ส่งผลต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในอนาคตที่จะตามมาอันใกล้นี้
นอกจากนี้ มีข้อน่าสังเกตว่าการออกบอนด์เพื่อกู้ยืมเงินจากตลาดจำนวนมหาศาลนั้น โดยส่วนใหญ่เป็นการกู้ยืมเพื่อนำเงินมาซื้อหุ้นคืนส่งผลต่อราคาหุ้นทุ่งสสูงขึ้นในปีที่ผ่านมา แต่ขณะเดียวกันก็ส่งผลให้ยอดหนี้ของภาคธุรกิจทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

3. อย่างไรก็ตาม ตลาดทั่วโลกจับตาข่าวร้ายในช่วงส่งท้ายปี เมื่อ Sears Holdings ที่ยื่นเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายล้มละลาย Chapter 11 ของสหรัฐกำลังจะเกิดขึ้นต้อนรับปีใหม่ 2017 ในช่วงต้นเดือนมกราคม จะส่งผลลบต่อตลาดการเงินในสหรัฐที่ผันผวนอย่างไร
หลังจากที่ Sears Holdings ธุรกิจค้าปลีกรายใหญ่ที่มีธุรกิจร้านสาขา 1,500 แห่งทั่วสหรัฐ และมีการจ้างงานกว่า 178,000 คน ต้องประสบกับยอดขายตกต่ำลงต่อเนื่องในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งอาจจเรียกได้ว่านี้เป็นข่าวร้ายรายการแรกต่อการเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐของโดนัลด์ ทรัมป์ หลังพิธีสาบานตนในวันที่ 20 มกราคมนี้

4. มีเรื่องที่น่าสนใจสำหรับการเข้ามาเป็นผู้นำสหรัฐของทรัมป์ภายใต้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจโดยใช้นโยบายการคลังและการลดภาษี ซึ่งทรัมป์บอกว่าจะจัดทำงบประมาณขาดดุลที่ระดับ 9% ของจีดีพีเพื่อให้บรรลุเป้าหมายประชานิยมในการสร้างงานเพิ่มขึ้นนับล้านตำแหน่งให้กับคนอเมริกันนั้น แต่ก็มีการเปรียบเทียบให้เห็นว่า ในครม. 17 คนที่ทรัมป์จะตั้งใจจะให้เข้ามารับตำแหน่งทำหน้าที่นั้นติดกลุ่มบุคคลที่มีเงินมากที่สุด เทียบเท่ากับกลุ่มคนรายได้น้อยระดับล่างถึง 43 ล้านคนที่มีรายได้รวมกันเสียอีก

5. ทำท่าว่าปัญหาวิกฤติแบงก์อิตาลีจะดิ่งลึกมากขึ้น เมื่อง Monte Paschi แบงก์ใหญ่อันดับสามของอิตาลีคาดว่าจะมีความเสียหายที่บานปลาย หลังจากพบว่ามีเงินทุนไม่เพียงพอและขาดแคลนไปถึง 8.8 พันล้านยูโร ซึ่งมากกว่าที่คาดไว้ว่าจะเพิ่มทุน 5 พันล้านยูโร เนื่องจากการเสื่อมค่าของราคาสินทรัพน์อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีจุดเสี่ยงที่เพิ่มมากขึ้นจากเงินที่ลดลงถึง 1.4 หมื่นล้านยูโร ซึ่งลดลงถึง 11% นับจากต้นปีนี้

ข่าวล่าสุด