นางศรัณย์ภรณ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อประมาณเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา นายเอ ซึ่งตนรู้จักมาประมาณ 2 ปี ได้ชักชวนตนและเพื่อนๆให้ร่วมเทรตหุ้นกับบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นบริษัทเทรดหุ้นตลาดโลก ที่กำลังจะเข้ามาเปิดตลาดในประเทศไทย โดยขณะนี้มีสาขาทั้งหมด 5 แห่ง อาทิ เยอรมัน ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกาและอื่นๆ พร้อมระบุว่าหากลงทุนเทรตหุ้นกับบริษัทดังกล่าวจะได้รับเงินปันผล 5 เปอร์เซ็นต์จากเงินลงทุนทุกเดือน และหากสมาชิกเก่าท่านใดหาสมาชิกใหม่มาเพิ่มก็จะได้รับเงินค่าตอบแทนในการหาสมาชิกรายละ 10 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้เห็นว่าเป็นคนรู้จักกันประกอบกับได้มีโอกาสไปฟังสัมมนาของบริษัทที่มาจัดที่ประเทศไทย จึงเกิดความเชื่อถือนำเงินมาร่วมลงทุนด้วย
นางศรัณย์ภรณ์ กล่าวอีกว่า โดยในส่วนของตนนั้นได้เข้าร่วมลงทุนกับบริษัทดังกล่าวตั้งแต่เมื่อเดือนมิถุนายน โดยการโอนเข้าบัญชีของนายเอ ซึ่งในช่วงแรกที่ลงทุนยอมรับว่าตนได้เงินปันผลมาทุกเดือน จึงตัดสินใจชักชวนเพื่อนๆในแวดวงนักธุรกิจและคนสนิทมาร่วมลงทุนเพิ่มเรื่อยๆ กระทั่งเดือนตุลาคมและพฤศจิกายนที่ผ่านมากลับไม่ได้รับเงินปันผลตามที่ตกลงกันไว้ จึงได้ทวงถามไปทางนายเอ ได้คำตอบว่า ขอโทษที่ทำให้เดือดร้อน พร้อมระบุว่าจะหาเงินมาเยียวยาให้ และนายเอยังยืนว่าตนเองก็เป็นผู้เสียหายเช่นกัน เพราะไม่ได้รับเงินจากบริษัทดังกล่าว
แต่จนถึงตอนนี้พวกตนก็ยังไม่ได้รับเงินที่นายเอรับปากว่าจะให้ และในส่วนของตนยังถูกผู้เสียหายรายอื่นที่ตนไปชักชวนมาร่วมลงทุนแจ้งความดำเนินคดีอีกด้วย วันนี้จึงเข้าแจ้งความกับตำรวจกองปราบเพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายอั้ม และเพื่อเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าตนเองก็เป็นผู้เสียหายเช่นกัน เพราะในส่วนของตนนั้นก็ได้รับความเสียหายจากการลงทุนเทรตหุ้นครั้งนี้เป็นเงินกว่า 10 ล้านบาท หากรวมมูลค่าความเสียหายคนอื่นๆที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันนี้จะมีมูลค่ามากถึง 170 ล้านบาท เลยทีเดียว
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้รับเรื่องไว้พิจารณา พร้อมสอบปากคำผู้เสียหายทั้งหมด ก่อนจะนำเรื่องประสานส่งต่อไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาสั่งการดำเนินการต่อไป