ที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋งของประชาชน จำนวน 26 คัน รถจักรยานยนต์อีก 2 คัน ได้รับความเสียหายถูกเฉี่ยวชนแต่ตั้ง กลางซอยสุขุมวิท 63 มุ่งหน้า สี่แยกเอกมัย-สุขุมวิท โดยพบรถบรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้อนิสัน รุ่นดีเซล สีขาว ทะเบียน 96-9575 กรุงเทพหมานคร จอดอยู่ปากสุขุมวิท 63 มีนายเอกพจน์ ยศศิริ อายุ 27 ปี อาชีพพนักงานขับรถส่งวัสดุก่อสร้าง ของบริษัท ชัยภิวัตร จำกัด (Chaipiwat CO.,LTD.) เป็นผู้ขับขี่รถบรรทุกพ่วงคันดังกล่าว สาเหตุที่รถบรรทุกคันก่อเหตุจอดรถเนื่องจากน้ำมันหมด จึงเปิดประตูลงจากรถแล้ววิ่งหนีไปทางสถานีบีทีเอสเอกมัย จากนั้นมีกลุ่มประชาชนราว 20 คนวิ่งไล่ตามกันอย่างชุลมุนและกระชั้นชิด จนในที่สุดล้อมจับตัวไว้บริเวณหน้าร้านบ้านไร่กาแฟ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวมาสอบสวนที่ สน.ทองหล่อ
ต่อมาเวลา 14.30 น. วันที่ 21 ธันวาคม ที่สน.ทองหล่อ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น.พร้อมด้วย พ.ต.อ.เกติ์ฉกาจ นิลประดับ รองผบก.น.5 พ.ต.อ.ขจรพงศ์ จิตต์ภาคภูมิ ผกก.สน.ทองหล่อ พ.ต.อ.ฤทธี ปานดำ ผกก.สน.มักกะสัน และ พ.ต.ต.ทองเปลว หาญไพบูลย์ สว.สส.สน.ทองหล่อ ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม นายเอกพจน์ ยศศิริ อายุ 27 ปี ชาวจ.ศรีสะเกษ ภายหลังก่อเหตุขับรถบรรทุกชนรถยนต์และรถจักรยานยนต์เสียหายรวมกว่า 30 คันพล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า จากการสอบปากคำนายเอกพจน์ให้การว่า เหตุการที่เกิดขึ้นเกิดจากตนเมาสารเสพติด เพราะได้เสพยาไอซ์ไปเมื่อ 3 วันก่อน และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจหาสารเสพติดพบว่ามีปัสสาวะเป็นสีม่วง และค้นภายในตัวพบยาไอซ์หนัก 1.93 กรัม และจากการตรวจสอบเส้นทางที่เกิดเหตุพบว่า เริ่มจากนายเอกพจน์ขับมุ่งหน้ามาจากสะพานควาย เข้าถนนราชปรารภ ได้ชนรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พญาไท แต่ไม่ยอมหยุดรถ แถมยังขับหลบหนี จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสกัดจับ ตั้งแต่แยกราชปรารภผ่านแยกประตูน้ำ กระทั่งเข้าสู่ถนนเพชรบุรีขาออก แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าอาร์ซีเอ ผ่านสน.มักกะสัน โดยระหว่างนายเอกพจน์ขับนั้นได้ชนรถเสียหายไปกว่า 10 คัน จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าสู้ถนนเพชรบุรี ก่อนเลี้ยวยเข้าถนนทองหล่อเหนือ มุ่งหน้าสู่ถนนเอกมัย
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวต่อว่า รถบรรทุกไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ตัดสินใจยิงล้อเพื่อสกัดและหยุดยั้งรถ แต่นายเอกพจน์ยังไม่ยอมหยุดรถ ยังคงขับไปเรื่อยๆชนรถชาวบ้านไปทั่ว กระทั่งน้ำมันรถหมดจึงได้จอดแล้วลงจากรถวิ่งหนีไปทางสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสเอกมัย แต่พลเมืองดีช่วยกันจับไว้ได้ โดยรวมระยะทางก่อเหตุทั้งสิ้นกว่า 5 กิโลเมตร อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะต้องดำเนินคดีในข้อหาขับรถโดยประมาท มียาเสพติดไว้ในครอบครอง เสพสารเสพติด และหลบหนีไม่แจ้งเหตุต่อเจ้าหน้า ส่วนจ้อหาอื่นจะต้องพิจารณาต่อไป หลังจากนี้จะนำตัวนายเอกพจน์ให้กับแพทย์เพื่อตรวจหาสารเสพติดอย่างละเอียดอีกครั้ง และจากการตรวจสอบประวัตินายเอกพจน์พบว่า เคยถูกดำเนินคดีข้อหายาเสพติดมาแล้วกว่า 4 ครั้ง คือ ปี พ.ศ. 2554 ,2556 ,2557 และครั้งล่าสุดวันที่ 12 เดือน กรกฎาคม 2559 ที่ผ่านมา
สอบสวน นายเอกพจน์ ให้การว่า ตนไปส่งของที่ย่านสะพานควายกำลังจะกลับไปสามย่าน แต่พบเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจตนจึงหักหลบหนีไป เนื่องจากกลัวถูกจับกุม เพราะตนเพิ่งเสพยาไอซ์มาเป็นเวลากว่า 3 ปี และทุกครั้งที่ขับรถบรรทุกก็เสพมาตลอด ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุ แต่สำหรับครั้งเกิดเรื่องขึ้นเนื่องจากเครียดเรื่องแฟนสาวที่ไปมีแฟนใหม่ จึงทำให้ไม่มีสติ พอเกิดเหตุแล้วในตอนนั้นก็ไม่รู้ตัวว่าตัวเองทำอะไรลงไป และคิดเพียงว่าหากถูกจับก็ไม่มีเงินเสียค่าปรับ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุดังกล่าวส่งผลให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดอย่างหนัก และหลังจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.น.5 ได้เร่งระบายรถยนต์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนบนท้องถนนโดยเร่งด่วน โดยยอดรถที่ถูกก่อเหตุชนเสียหายรวมทั้งหมด 38 คัน แบ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบ สน.ทองหล่อ 28 คัน และพื้นที่รับผิดชอบ สน.มักกะสัน 10 คัน ซึ่งผู้เสียหายได้ทยอยเดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว