น.ส.ทิพย์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. เวลาประมาณ 22.30 น. ตนเองและนายวิชชกร ได้ไปทานข้าวที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง เมื่อทานเสร็จนายวิชชกร ได้อาสาไปส่งที่บ้าน เมื่อตนขึ้นรถ นายวิชกรกลับไม่พาไปส่งบ้าน ตามที่ตกลงไว้ แต่พาไปยังบ้านพักของนายวิชชกรที่อยู่ภายในซ.ลาดพร้าว -วังหิน 70 ก่อนจะใช้กำลังดึงแขนและอุ้มตนเข้าไปภายในบ้าน จากนั้นพยายามจะข่มขืนแต่ตนเองขัดขืนต่อสู้ จึงถูกนายวิชชกร ทำร้ายร่างกาย หลังจากนั้นนายวิชชกร ได้นำอาวุธมีดที่ซ่อนไว้ใต้เก้าอี้ยาว 1 ฟุตมาจี้บังคับให้ขึ้นไปยังห้องนอนชั้น2 และพยายามจะข่มขืนตนอีก เมื่อสบโอกาสตนจึงกระโดดลงมาจากชั้น 2 ก่อนจะมีชาวบ้านใกฃ้เคียงมาช่วย ทั้งนี้ตนได้รับบาดเจ็บมีรอยฟกช้ำบริเวณขอบตาทั้ง 2 ข้าง หน้าผาก หัวเข่าทั้ง 2 ข้างและแผ่นหลัง และเข้ารักษาตัวก่อนจะตัดสินใจเข้าแจ้งความเมื่อเวลา 15.15 น. วันที่ 12 ธ.ค. ที่ผ่านมา ทางด้านพ.ต.อ.สุพล กล่าวว่า เบื้องต้นทราบผู้ลงมือก่อเหตุแล้ว ซึ่งขณะนี้ได้ออกหมายเรียกไปแล้วแต่ยังไม่ได้รับการประสานมา หลังจากสอบปากคำผู้เสียหายในวันนี้แล้วพนักงานสอบสวนก็จะดำเนินการขออนุมัติศาลออกหมายจับเพิ่มเติมทันทีหากพบว่ามีการกระทำความผิดเพิ่มเติมก็จะขอออกหมายจับเพิ่มในข้อหาอื่นทันที แต่เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ และหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น
อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ หลังจากรับแจ้งก็รีบดำเนินการสอบสวนทันทีเบื้องต้นสอบปากคำพยานที่เป็นชาวบ้านที่มาช่วยเหลือไปแล้ว 2 ปาก ส่วนที่มีคนวิจารณ์ว่าการทำงานของตำรวจล่าช้าต้องขอชี้แจงว่าเรื่องดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนของศาลแขวงพระนครเหนือแล้วอยู่ระหว่างการขอหมายจับดังนั้นต้องมีสำนวนสอบปากคำผู้เสียหายและเอกสารบางอย่างประกอบด้วย ยืนยันว่าจะจับกุมคนทำผิดมาลงโทษได้แน่นอน