อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าเฟดพึงพอใจที่จะมองเห็น Dollar Index อยู่ที่ระดับ 98-99 มากกว่า
ขณะที่ราคาทองดิ่งลงแตะ 1,130 ดอบบาร์ต่อออนซ์ โดยราคาน้ำมัน WTI ทรงตัวสูงขึ้นที่ 51.12ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และเบรนท์อยู่ที่ 54.02 ดอลลาร์
1.ฉุดรั้งไม่อยู่สำหรับเงินดอลลาร์ในวันนี้ พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วหลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% และมีแผน 3 สเต็ปที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยระยะสั้นในปี 2017 โดยเจเน็ต เยลเลน กล่าวในระหว่างแถลงข่าวว่า อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นจะปรับตัวขึ้นเข้าสู่ภาวะปกติในอีก 2 ปีข้างหน้า
ทั้งนี้ เฟดคาดดอกเบี้ยเฟดฟันด์เรทจัอยู่ที่ระดับ 1.4% ในปี 2017 โดยจะปรับขึ้นต่อเนื่องถึงปี 2018 ที่ 2.1% และปี 2019 ที่ 2.9% เพื่อยืนยันว่าการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินกำลังเข้าสู่ภาวะที่เป็นปกติ หรือ Monetary Policy Normalization เพื่อเตรียมรับมือกับแนวโน้มเงินเฟ้อที่จะพุ่งสูงขึ้นในอนาคต ซึ่งระดับที่เป็นปกติของเฟดฟันด์เรทอยู่ที่ 3% ก่อนเกิดวิกฤติการเงินสหรัฐในปี 2008 ซึ่งทำให้เฟดต้องกดดอกเบี้ยใกล้ 0% และดำเนินนโยบายผ่อนคลายการเงินเชิงปริมาณ หรือ QE ต้องปั๊มเงินอัดฉีดเศรษฐกิจสหรัฐมากกว่า 4.5 ล้านล้านดอลลาร์
2.เฟดยังวาดภาพเศรษฐกิจสหรัฐในระยะปานกลางช่วงสามปีข้างว่าในปี 2017 มีการคาดการณ์ใหม่ว่าจะเติบโตที่ระดับ 2.1% จากเดิมที่ตาด 1.9% ส้วนในปี 2018-2019 จ้ะติบโตใหล้เคียง 2% ต่อปี ขณะที่อัตราการว่างงานจะค่อยๆ ปรับลดลงที่ระดับปกติที่ 4.5% สำหรับเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นที่ 1.9% ปีหน้า และเพิ่มขึ้นเป็น 2% ในปี 2018 และ 2019
3.เจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด แบ่งรับแบ่งสู้เพื่อถูกถามว่า นโยบายของเฟดส่งผลให้ตลาดหุ้นวอลล์ สตรีท เกิดภาวะฟองสบู่ในขณะนี้ โดยกล่าวว่า ไม่รู้ว่าในสายตาของผู้เชี่ยวชาญมองราคาหุ้นที่เป็นฟองสบู่นั้นอยู่ที่ระดับไหน แต่เฟดมั่นใจในนโยบายที่ทำอยู่และบอกเว่า การขับเคลื่อนของราคาฟุ้นเป็นเยงการมอนิเตอร์ที่เป็นเพียงกลไกตามปกติ โดยวานนี้หุ้นวอลล์ สตรีท กลับมาบวกทั้งสามตลาด โดยดาวโจนส์ปรับตัวขึ้นครึ่งทางบวก 59 จุดที่ที่ร่วงลงมา 118 จุดเมื่อวันพุธ ปิดวานนี้ที่ 19,852 S&P 500 ปิดที่ 2,262 เพิ่มขึ้น 0.3% และ Nasdaq ปิดที่ 5,456 เพิ่มขึ้น 0.37% ส่วนตลาดหุ้นยุโรปพุ่งขึ้นในระดับเฉลี่ย 1.18% สวนทางเงินยูที่อ่อนค่าลง
4.รายงานทางการสหรัฐเมื่อสิ้นเดือนพฤจิกายนที่ผ่านมา ถึงการเทขายบอนด์รัฐบาลสหรัฐตั้งแต่ต้นปีมีนอดรวมถุง 4.03 แสนล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากที่รายงานช่วงสิงหาคม-กันยายนที่มีการยอดรวมการขาย 3.75 แสนล้านดอลลาร์ ส่งผลให้การถือครองบอนด์รัฐบาลสหรัฐของจีนลดลงเหลือ 2.788 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับตำสุดนับตั้งแต่ปี 2012
ในขณะที่บอนด์ยีลด์ 10 ปีของรัฐบาลสหรัฐพุ่งขึ้นสูงสุดรอบ 14 ปีที่ระดับ 2.54% โดยที่นักวิเคราะห์เกือบ 78% จากการเซอร์เวส์ของบลูมเบิร์กเชื่อว่าบอนด์ยีลด์สหรัฐจะยังพุ่งขึ้นตามทิศทาง้งินดอลลาร์ในปี 2017
5.ขณะที่การเคลื่อนไหวของการประชุมผู้นำอียู 27 ชาติที่กรุงบรัสเซลส์เมื่อวันพฤหัส ประกาศคว่ำบาตรรัสเซียต่ออีก 6 เดือนทั้งกิจกรรมเนการการเงินการธนาคาร กิจการพลีงงาน และกิจการด้านการทหาร โดยจะเริ่มขึ้นในช่วงต้นปีจนถึงกลางปี 2017 เนื่องจากยังคงมีปัญหาความขัดแย้งของกลุ่มต่อต้านรัสเซียในยูเครน