เนชั่นทีวี

ข่าว

'เฟด' เขย่าโลก! ขึ้นดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% พร้อมส่งสัญญาณปรับขึ้นอีกอย่างน้อย 3 ครั้งในปี 2017

15 ธ.ค. 2559 | te

'เฟด' เขย่าโลก! ขึ้นดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% พร้อมส่งสัญญาณปรับขึ้นอีกอย่างน้อย 3 ครั้งในปี 2017

มติเฟดตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยระยะสั้น Fed Fund Rate อีก 0.25% จาก 0.5% เป็น 0.75% พร้อมส่งสัญญาณปรับขึ้นอีกอย่างน้อย 3 ครั้งในปี 2017 โดยเจเน็ต เยลเลน กล่าวในการแถลงข่าวภายหลังการประชุม 2 วันว่า การใช้นโยบายการคลังอาจจะไม่จำเป็นต้องกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐอีกเมื่อภาวะการจ้างงานเกิดขึ้นอย่างเต็มที่แล้ว ซึ่งจะกระทบต่อปัญหาเงินเฟ้อ โดยเฟดแสดงความมั่นใจต่อทิศทางการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่เป็นอยู่

การส่งสัญญาณของเฟดดังกล่าว ส่งผล Dollar Index แข็งค่ามากที่สุดในรอบ 14 ปีกดดันให้ตลาดการเงินโลกเกิดความผันผวนโดยเงินเยนดิ่งลงแตะ 117 ต่อดอลลาร์ ขณะที่ราคาน้ำมัน WTI ร่วงลงมากกว่า 2 ดอลลาร์หรือมากกว่า 4% สู่ระดับ 50 ดอลลาร์ เช่นเดียวกับราคาทองร่วงลงกว่า 14 ดอลลาร์ที่ 1,144 ดอลลาร์ต่อออนซ์ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบปี

1. การตัดสินใจปรับท่วงทำนองเฟดที่จะดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นนี้ โดยเจเน็ต เยลเลน ในฐานะประธานธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด ถูกมองว่าเป็นการท้าทายนโยบายเศรษฐกิจของโดนัลด์ ทรัมป์และทีมงานด้านเศรษฐกิจในการวางแผนนโยบายเศรษฐกิจโดยผ่านการใช้งบประมาณขาดดุลปีละ 5.3 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วง 10 ปีข้างหน้า และมาตรการปรับลดภาษี โดยทรัมป์หวังใช้เงินกว่า 1.1 ล้านล้านดอลลาร์เพื่อลงทุนในโครงการสาธารณปโภคพื้นฐานเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงานของคนอเมริกันทั้งนี้เฟดมั่นใจว่าเศรษฐกิจสหรัฐค่อยๆฟื้นตัวเพิ่มขึ้นอย่างมั่นคงจากช่วงที่เกิดวิกฤตการณ์การเงินเมื่อ 7 ปีก่อน โดยกำลังส่งผลให้แนวโน้มการจ้างงานในประเทศดีขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งปัจจุบันอัตราการว่างงานสหรัฐลดลงอยู่ที่ระดับ 4.6%2. ขณะที่หุ้นวอลล์ สตรีท ถูกเบรกชั่วคราวในการเดินหน้าสู่เป้าหมายที่ระดับ 20,000 โดยปรับตัวลงในแดนลบทั้ง 3 ตลาดหลังนักลงทุนเริ่มตั้งสติกลับมามองถึงเหตุผลเฟดในการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้ ดาวโจนส์หลังปรับตัวขึ้น 35 จุดได้ร่วงลง 119 จุดหรือ 0.6% มาปิดที่ 19,792 ในวันพุธ S&P 500 ปิดที่ 2,253 ลดลง 0.8% และ Nasdaq ปิดที่ 5,436 ลดลง 0.5% เช่นเดียวกับหุ้นยุโรปร่วงลงในระดับเฉลี่ย 0.8%ขณะที่ราคาน้ำมัน ดิ่งตัวลง 4.17% หรือ 2.21 ดอลลาร์มาปิดที่ 50.77 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจากข่าวที่สหรัฐยังคงมีซับพลายของน้ำมันในปริมาณสูงขึ้นมาก และเบรนท์ปิด 53.70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 2.02 ดอลลาร์ หรือ3.63% ส่วนราคาทองดิ่งลงต่ำสุดในรอบปีที่ 1,144 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลง 14 ดอลลาร์ หรือ 1.24%3. เฟดขึ้นดอกเบี้ยระยะสั้นในครั้งนี้หนุน Dollar Index แข็งค่ามากที่สุดในรอบ 14 ปีพุ่งแตะระดับ 102.16 เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ส่งผลเงินเยนดิ่งลงที่ 117 สวนทางบอนด์ยีลด์อายุ 10 ปีของรัฐบาลญี่ปุ่นพุ่งขึ้นที่ 0.2% ทพให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น หรือ BOJ ต้องเข้าแทรกแซงตลาดด้วยการซื้อบอนด์วงเงิน 2 แสนล้านเยนในวันวันพุธเพื่อกดบอนด์ยีลด์กลับมายืนที่ 0.0% เพราะไม่ต้องการที่จะกระทบต่อต้นทุนการกู้ยืมและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ถึงแม้ว่าการอ่อนค่าของเงินเยนจะมีส่วนช่วยการส่งออกของญี่ปุ่นในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาก็ตาม4. วิกฤติหนี้กรีซส่อปะทุอีก หลังคณะกรรมาธิการดูแลระบบการเงินยุโรป (EMS) ระงับแผนการให้เงินกู้ช่วยเหลือระยะสั้นกับกรีซ ระบุรัฐบาลกรีซทำผิดเงื่อนไขอนุมัติให้เงินโบนัสแก่คนกรีซในวงเงิน 617 ล้านยูโรในช่วงใกล้เทศกาลคริสต์มาส5. บราซิลประท้วงใหญ่และเกิดจลาจล เมื่อชาวบราซิลนับล้านออกมาชุมนุมประท้วงใน 17 เมืองใหญ่ ต่อต้านแผนรัดเข็มขัดของรัฐบาลที่ยาวนานถึง 20 ปี หลังจากที่วุฒิสภาผ่านร่างแผนการตัดงบดังกล่าวส่งผลกระทบต่อกิจการของรัฐทั้งทางด้านกิจการสาธารณสุขและการศึกษา ที่ได้รับงบประมาณน้อยอยู่แล้วในขณะนี้ โดยที่ปัจจุบันบราซิลมีอัตราการว่างงานสูงถึง 11% โดยที่ชาวบราซิลอยู่ในถาวะที่ตกงานถึง 12 ล้านคน ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจถดถอยขณะที่รัฐบาลบราซิลคาดหวังว่าการลดการใช้จ่ายงบประมาณครั้งนี้ พร้อมๆ กับการปฏิรูปเงินบำนาญจะช่วยเรียกความเชื่อมั่นดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้กลับมาลงทุนในบราซิลอีก

ข่าวล่าสุด