ต่อมาเฟสบุ๊คของรองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์คุณไกรสร กองฉลาด ได้โพสต์แสดงความไม่พอใจ และโกรธนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มาก และยังได้บอกด้วยว่า สั่งการไปยังอ.หล่มสัก ให้ใช้กฎหมายทุกอย่างที่มี ที่จะสามารถดำเนินคดีกับคนกลุ่มนี้ได้---------------------------------พิธีกรข่าว : ที่ผ่านมาเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ไหมรองผู้ว่าฯ : พอเช็คย้อนกลับไป มันเจอปัญหา บางปีมีชกต่อยกันเลยนะครับ เกือบทุกปี ทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เคสนี้ผมถามท่านนายอำเภอแล้ว ท่านก็ขึ้นไปจัดการตั้งแต่คืนนั้น ตอนแรกที่ผมโพสต์ลงไปเนี่ย คือว่าเขาไปแชร์กันในเน็ตแล้วก็บอกว่าเล่นกันยันสว่าง ซึ่งผมก็หงุดหงิดว่าทำไมอำเภอไม่ทำอะไร ก็เลยโทรไปสอบถาม เจ้าหน้าที่เขาก็ขึ้นไปห้ามแล้ว ปรากฏว่าประมาณ 4 ทุ่ม เห็นว่าเลิก พอเช้ามาก็เอาอีก
พิธีกรข่าว : แสดงว่าเลิกไปช่วงหนึ่งแล้วก็มาเริ่มใหม่ใช่ไหมรองผู้ว่าฯ : จริงๆแล้วมันก็ไม่เหมาะ สถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ มันไม่ใช่พื้นที่ส่วนตัวของคุณ ยังมีคนอื่นอีกที่ต้องการความสงบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นสถานที่ธรรมชาตินอกจากเคารพคนอื่นแล้ว คุณต้องเคารพธรรมชาติด้วย
พิธีกรข่าว : แล้วเราเอาผิดอะไรได้ไหมรองผู้ว่าฯ : วันนี้ก็จะประชุมกันเรื่องป้องกันอุบัติเหตุตอนปีใหม่แล้วเราก็จะคุยกันเรื่องนี้ เพชรบูรณ์เราต้องบังคับใช้กฎหมายในเรื่องนี้ ต้องหาให้ได้ ถ้ามีแบบนี้จะต้องเอาทุกข้อหา เรื่องปรับแต่งรถ เรื่องใช้เสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องเอาให้เข็ด
พิธีกรข่าว : สมมติว่านักท่องเที่ยวไปเที่ยวที่ภูทับเบิก จะตอนกลางวันหรือตอนกลางคืน อย่างเช่นส่งเสียงดัง กินเหล้าเมามายอะไรพวกนี้ นักท่องเที่ยวสามารถไปแจ้ง ณ เดี๋ยวนั้นเลย กับใครได้ไหมรองผู้ว่าฯ : ก็จะให้เบอร์โทรศัพท์ สามารถโทรและให้อำเภอจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว จริงๆแล้วตอนนี้เขาก็มีอยู่ข้างบน มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีคณะกรรมการหมู่บ้านอยู่ ผมก็ย้ำท่านผู้ว่าฯและก็ฝั่งของผม ในเรื่องจัดชุดเคลื่อนที่เร็วในการดูแลรักษาความสงบ ถ้ามีแบบนี้โทรไปแล้วให้ขึ้นไปเลย ขั้นแรกเลยคือพูด ถ้าไม่รู้เรื่องให้ลงมา เจ้าของรีสอร์ทก็ยินดีนะ เราคุยกับเจ้าของรีสอร์ทในเบื้องตนว่าให้คืนเงินให้ก่อน แล้วก็เชิญลง แล้วก็ค่อยไล่กันทีละกระทง รถคุณผิดอะไรก็ว่าไป เอาให้สิ่งที่คุณอยากไปเที่ยวมันหมดสนุกไปในฐานะที่คุณทำให้คนอื่นเขาหมดความสนุกก่อน
พิธีกรข่าว : และเราทราบไหมว่าคนกลุ่มนี้มาจากไหน อย่างไรรองผู้ว่าฯ : ในเบื้องต้นผมขอไม่เอ่ยถึงจังหวัดละกัน เพราะว่าคนพวกนี้มันเป็นคนส่วนน้อยจะไปเสียชื่อจังหวัดเขา
พิธีกรข่าว : มีสักกี่คนครับรองผู้ว่าฯ : คิดว่าคงไปกันเยอะพอสมควร เพราะถ้าไม่เยอะไม่กล้าหรอก คนสองคนไม่ทำหรอก คงกลัวคนอื่นๆเหมือนกัน
พิธีกรข่าว : และเราจะเอาผิดเขาให้ได้ไหม สำหรับกลุ่มนี้รองผู้ว่าฯ : คือในเบื้องต้นนี้ก็จะไปตักเตือน ไปปราม ในครั้งต่อไป ต้องจัดการเอาผิดให้เด็ดขาด คือถ้ามีอีกจะจัดการ ครั้งนี้ถือเป็นการเตือน
พิธีกรข่าว : กฎกติกาในการพกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขึ้นไปในสถานที่ท่องเที่ยวแบบนี้เป็นอย่างไรบ้างรองผู้ว่าฯ : คือตรงนี้มันไม่ใช่เขตอุทยาน มันเป็นเขตป่า ถ้าเป็นอุทยานจะไม่ได้เลย และก็ตอนนี้ปัญหาที่ภูทับเบิกมันเยอะแยะไปหมด ทางรัฐบาลเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ มีนโยบายตามคำสั่งที่ 35 การใช้ที่ดินผิดประเภทและก็ไล่ทุบไล่รื้อกันอยู่ ผมขออนุญาตเรียนไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง เรื่องท่องเที่ยวเป็นเรื่องดี แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องคำนึงควบคู่กันไปด้วยก็คือ การท่องเที่ยวเราไปเอาตัวเลข ความสูญเสียทางสิ่งแวดล้อม เรื่องขยะ เรื่องอะไรเราไม่เคยไปรวมถึงตรงนั้นเลย เรื่องอุบัติเหตุ เรื่องมลภาวะ ความไร้ระเบียบต่างๆ มันต้องคิดให้รอบด้าน อย่าไปมองด้านเดียวเรื่องตัวเลข จริงๆแล้วเพรชบูรณ์นักท่องเที่ยวประมาณ 1.7 ล้านคน และก็มีรายได้การท่องเที่ยวประมาณปีละ 5,000 ล้าน มันก็ไม่กี่เปอร์เซ็นต์ของ GDP ของจังหวัดหรอก คนที่ได้จริงๆ จะได้พวกนายทุน บางทีมาจากที่อื่นด้วยซ้ำ บางทีคนตัวเล็กตัวน้อย ชาวบ้านตาดำๆไม่ได้หรอก
พิธีกรข่าว : และปีนี้คนเที่ยวเยอะไหมรองผู้ว่าฯ : เยอะ ไม่ใช่เฉพาะภูทับเบิก ยังมีเขาค้อ เพราะว่ามันไม่ไกล การคมนาคมก็สะดวก มันตามมาหลายเรื่อง พอเรื่องนี้เข้ามา เหมือนกับว่ามันชุลมุนไปหมด ยิ่งวัตถุเข้ามามันก็มือใครยาวสาวได้สาวเอา ความไร้ระเบียบมันก็เกิด สิ่งที่ต้องควบคู่กันกับเรื่องท่องเที่ยวก็คือ เรื่องจิตสำนึกในการท่องเที่ยวของคนไทย เราไปด่านักท่องเที่ยวจีนกันเยอะแยะไปหมด แต่นักท่องเที่ยวคนไทยเราเมื่อไหร่เราจะสร้างจิตสำนึกให้รักธรรมชาติ เคารพธรรมชาติ เขาให้มาเที่ยวนี่เขาให้มาเคารพธรรมชาติ ให้มาดู ให้มาเปรียบเทียบว่าธรรมชาติมีความยิ่งใหญ่เมื่อเทียบกับตัวเรา