ที่ริมฟุตบาทห่างจากจุดที่เกิดเหตุประมาณ 100 เมตรได้พบชาวบ้านกำลังช่วยกันรุมประชาทัณฑ์คนร้ายซึ่งเป็นชายรูปร่างผอมที่ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ จึงเข้าทำการระงับเหตุ ทราบชื่อผู้ก่อเหตุชื่อนายยศ น้อยประเสริฐ อายุ 33 ปี ชาว จ.สระบุรี ได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้าฟันหน้าหักไป 1 ซี่ใกล้ตัวผู้ก่อเหตุพบของกลางสร้อยคอทองคำหนัก 1 สลึงพร้อมพระเลี่ยมทองตกอยู่ 1 เส้น ในสภาพขาดออกจากกัน เจ้าหน้าที่จึงได้คุมตัวผู้ก่อเหตุพร้อมของกลางมาทำการสอบสวนที่โรงพัก สภ.เมืองสมุทรปราการ โดยมีนางทอง สมุทร อายุ 28 ปี สัญชาติลาว ซึ่งเป็นผู้เสียหายและชี้ยืนยันให้จับกุม
จากการสอบสวนนายยศ ได้ให้การรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยทำงานเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีให้กับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในย่านถนนเทพารักษ์ ต่อมาช่วงเดือนตุลาคม บริษัทประสบปัญหาภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ จึงได้เลิกจ้างพนักงาน แต่ไม่ให้เงินชดเชยแต่อย่างไร
หลังจากที่ตนตกงานมาตนก็พยายามไปหาสมัครงานตามบริษัทต่าง ๆ แต่ก็ยังไม่มีบริษัทไหนเรียกไปทำงาน ทำให้เงินที่มีเหลืออยู่หมดไปและค้างค่าเช้าห้องมากว่า 2 เดือนแล้ว
นอกจากนี้ ตนยังมีหนี้สินที่ตนไปกู้เงินนอกระบบมา จำนวน 1,400 บาทเพื่อเอามาซื้อข้าวกินแต่ละวันอีก ที่จะต้องจ่ายให้เจ้าของเงินกู้ ซึ่งตนก็ไม่ได้จ่ายมาหลายวันแล้วเพราะไม่มีเงิน เจ้าหนี้ก็ให้คนมาตามเก็บดอกเบี้ยทุกวัน จนถึงวันนี้มีเงินติดอยู่เพียง 20 บาท
วันนี้ตนจึงตัดสินใจเดินทางมาหาน้องชายที่ตลาดปากน้ำเพื่อที่จะให้น้องพาไปสมัครงาน เป็นกรรมกรส่งน้ำดื่ม แต่ระหว่างที่กำลังจะเดินข้ามถนน เห็นผู้เสียหายที่เป็นหญิงสาวยืนรอข้ามถนนอยู่เพียงลำพังและในคอสวมสร้อยคอทองคำอยู่ จึงเกิดอารมณ์ชั่ววูบเดินเข้าไปกระชาก เพื่อหวังจะเอาสร้อยไปขายเอาเงินมาซื้อข้าวกิน ระหว่างที่วิ่งหลบหนีถูกชาวบ้านชาวกันไล่จับตัวเอาไว้ได้และถูกชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์จนฟันหน้าหักดังกล่าว
ด้านนางทอง สมุทร อายุ 28 ปี สัญชาติลาวผู้เสียหาย กล่าวว่า ตนทำงานขายผักที่ตลาดปากน้ำหลังเลิกงาน กำลังจะเดินทางกลับห้องพัก ในระหว่างที่กำลังจะข้ามถนน ได้มีคนร้ายเข้ามากระชากสร้อยของตนจนขาดและวิ่งหลบหนีไปตน จึงได้ร้องตะโกนให้ชาวบ้านช่วย ซึ่งตนต้องขอบคุณพลเมืองดีที่ติดตามคนร้ายและนำสร้อยคอของตนมาคืนได้
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า วิ่งราวทรัพย์ ก่อนคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป