เนชั่นทีวี

ข่าว

"โกลด์แมน แซคส์" ฟันธง แบงก์รัฐอิตาลี"ฮุบ"แบงก์เอกชน แก้ปัญหาวิกฤติ!

06 ธ.ค. 2559 | te

"โกลด์แมน แซคส์" ฟันธง แบงก์รัฐอิตาลี"ฮุบ"แบงก์เอกชน แก้ปัญหาวิกฤติ!

ค่าเงินยูโรเด้งกลับที่ 1.0777 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 1.1% ในช่วงปิดตลาดในยุโรปเมื่อวันจันทร์ หลังดิ่งลง 1.5% ที่ 1.0508 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดรอบ 20 เดือน เป็นปรากฏการณ์ที่ผิดความคาดหมายบางอย่างเกิดขึ้น จากข่าวการยื่นลาออกจากนายกรัฐมนตรีอิตาลีของ Matteo Renzi ที่ถูกประชามติโหวต No ถึง 59.1% ให้เลื่อนมีผลการลาออกไปจนถึงวันศุกร์นี้เพื่อจะไม่ให้กระทบต่อแผนงบประมาณใช้จ่ายเงินของรัฐบาลอิตาลี

นักลงทุนพลิกแห่เข้าลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐ โดยที่ดาวโจนส์เดินหน้าทำสถิติสูงสุดต่อเนื่อง รวมถึงหุ้นยุโรปพุ่งขึ้นเฉลี่ย 1.4% สวนทางหุ้นกลุ่มแบงก์ของอิตาลีร่วงลง 4-8%
1.หุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้นทั้ง 3 ตลาด ดาวโจนส์ปิดตลาด 19,216 เพิ่มขึ้น 45 จุด S&P 500 บวก 0.5% และ Nasdaq พุ่งขึ้น 1% ขณรที่หุ้นเยอนมันนำตลาดบวก 1.6% ส่งผลต่อภาพรวม Euro Stoxx 500 พลิกบวก 1.4% ในชาวงปิดตลาด ถึงแม้ว่าบอนด์ยีลด์ 10 ปีของอิตาลีพุ่งขึ้นยืนเหนือ 2.01% สูงขึ้นมากกว่า 1% จากช่วงต้นปีนี้ และมีอัตราความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ หรือ Credut default swap พุ่งขึ้นแตะ 1.8% แล้ว
2.ขณะที่นักลงทุนเทขายทอง ทำให้ราคาร่วงลงแตะ 1,162 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เนื่องจากสภาพคล่องเงินดอลลาร์ที่ยังคงตึงตัวต่อเนื่อง โดยที่บอนด์ยีลด์ 10 ปีของรัฐบาลสหรัฐยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 2.4% และ Dollar Index ทรงตัวแข็งค่าอยู่ที่ 100.95
3.ทั้งนี้โกลด์แมน แซคส์ มองว่า อิตาลีภายหลังจากการลงประชามติโหวต No ไม่รับปผนปฏิรูปรัฐธรรมนูญ ต่อไปจะต้องมีการเลิแกตั้งใหม่ในปี 2017 และถึงแม้ว่าจะเป็นการลาออกของนาย Renzi จากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่เขายังคงเป็นนักการเมืองที่ได้รับความนิยมจากเสียงสนับสนุนของชาวอิตาลีในพื้นที่ตอนกลางของประเทศอยู่ นอกจากนี้โกลด์แมน แซคส์ ยังคาดการณ์ว่าระบบแบงก์ที่มีปัญหาวิกฤติของอิตาลีขณะนี้ ในที่สุดหลายแบงก์จะถูกปรับโครงสร้างใหม่ และตกเป็นแบงก์ของรัฐที่ทางการเข้ามาถือหุ้นแทน
4.ส่วนแบงก์ ออฟ อเมริกา หรือ BofA มองว่าการลงทุนในตลาดการเงินทั่วโลกมีความเสี่ยงครั้งใหญ่เกิดขี้นภายหลังการเลือกตั้งที่โดนัลด์ ทรัมป์ คว้าชัยชนะ ประการแรก ความเสี่ยงสูงที่เป็นใจกลางของปัญหาอยู่ที่กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ จีน และยุโรป
ประการที่สอง ธนาคารกลางยุโรป หรือ ECB จะยังคงต่ออายุ QE จากที่กำลังจะครบกำหนดแผนการใช้เงิน QE ซื้อบอนด์มูลค่า 1 ล้านล้านยูโร ในสิ้นเดือนมีนาคม 2017 ต่อไปอีก ซึ่ง BofA คาดว่าจะทำให้ความเสี่ยงฟองสบู่ของราคาสินทรัพย์ในยุโรปเพิ่มมากขึ้น
ประการที่สาม การลดค่าเงินหยวนของจีนจะส่งผลต่อการกัดกันทางการค้าของสกรัฐมากขึ้น โดยเฉพาะมาตรการขึ้นภาษีนำเข้า 45% สำหรับสินค้าจากจีน
5.BofA วิเคราะห์ต่อเนื่องว่า กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย ที่รวมเกาหลีใต้ด้วยนั้น จะมีความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นเพราะจะเป็นเป้าหมายของการกีดกันทางทางการค้าของสหรัฐด้วย ทั้งนี้จากสถิติการค้าของภูมิภาคกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่เอเชีย เกาหลีใต้ รวมถึงจีน มีการค้าที่ได้เปรียบกับสหรัฐในสัดส่วนถึง 53% ของมูลค่าขาดดุลการค้ารวมของสหรัฐเมื่อปี 2015 โดยเฉพาะตัวอย่างเกาหลีใต้ที่เคยทำสนธิสัญญาการค้าเสรีกับสหรัฐที่ดำเนินการอยู่ขณะนี้ ทำให้คนอเมริกันต้องตกงานถึง 300,000 คน ซึ่งจุดยืนของทรัมป์ต้องการทบทวนสนธิสัญญาการค้าเสรีใหม่เพื่อรักษาผลประโยชน์ของสหรัฐมาก่อน

ข่าวล่าสุด