วันนี้ 21 พ.ย. ได้ขับขี่มาพบด่านตรวจกวนขันวินัยและจราจร ที่หน้าศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดนข้อหาไม่ชิดขอบทางด้านซ้าย และได้อธิบายถึงเหตุผล แต่ผู้จับไม่รับฟังผู้ขับขี่ เอาแต่เขียนใบสั่งอย่างเดียว จากการตรวจสอบภายในคลิปพบว่า เจ้าหน้าที่ของกองกำกับการ 1 บก.จร. ไม่ยอมพูดคุยกับผู้ถ่ายคลิปวีดีโอ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขึ้นรถจักรยานยนต์พยายามกลับรถ บังเอิญล้อจักรยานยนต์เหยียบเท้าผู้ถ่ายคลิป แล้วขับย้อนศรของถนนไปโดยไม่สนใจผู้ถ่ายคลิป
จึงทำให้กลุ่มปลดแอกชาวสองล้อ ไม่พอใจที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมีอภิสิทธิ์เหนือกฏหมาย ไม่ยอมให้จักรยานยนต์ขึ้นสะพาน ลงอุโมงค์ และวิ่งขวา เป็นต้น ซึ่งเมื่อวันที่27พ.ย.ที่ผ่านมา ได้มีการรวมตัวของเหล่าคนขับรถจักรยานยนต์ บริเวณจุดเปรียบเทียบปรับ บก.จร.ใต้ทางด่วนพระราม4 แขวงลุมพีนี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่ของร.ต.ต.ศุภชัย กฤษณเศรณี รอง สว.งานสายตรวจ 2 กก.1.บก.จร.
ที่กองบังคับการตำรวจจราจร(บก.จร.) เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 28 พ.ย.2559 พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รรท.ผบก.จร. ได้เชิญร.ต.ต.ศุภชัย กฤษณเศรณี รอง สว.งานสายตรวจ2 กก.1 บก.จร. และนายโอวาท ขวาไทย อายุ 23 ปี มาพูดคุย เพื่อทำความเข้าใจ และรับฟังข้อกฎหมาย โดยใช้เวลาพูดคุยกว่า 2 ชั่วโมง
ต่อมาเวลา 15.00 น. พล.ต.ต.จิรสันต์ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ในกรณีดังกล่าวว่า ในการพูดคุยวันนี้มี 2 ประเด็น คือประเด็นแรก จะเป็นการเรียกเข้ามาพูดคุยทำความเข้าใจกันทั้ง 2 ฝ่าย ได้ข้อสรุปว่า ทั้ง 2 ฝ่ายได้พูดคุยและเข้าใจกัน ซึ่งในคลิปอาจจะเป็นเพราะอากาศร้อน และใช้อารมณ์ต่อกันเท่านั้น ส่วนประเด็นที่สองเป็นการพูดคุยในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเรียกมารับฟังในเรื่องของข้อมูล ปัญหาของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ เกี่ยวกับเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งกฎหมายออกมาตั้งแต่ปี2522 หรืออาจจะล้าสมัยเกินไปหรือไม่ เบื้องต้นจะต้องมีนักคิด นักวิชาการต่างๆ มาช่วยกันคิด ในส่วนนี้จะรับฟังข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะของผู้ใช้รถใช้ถนน ส่วนผู้บังคับใช้กฎหมายจะต้องรับฟังว่าเมื่อปฏิบัติตามกฎหมายแล้วมีปัญหาหรืออุปสรรคอะไรหรือไม่ ซึ่งจะต้องนำเสนอผู้บังคับบัญชาอีกส่วนหนึ่ง
พล.ต.ต.จิรสันต์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของข้อกฎหมายต่างๆ ที่ล้าสมัย จะต้องมีการเสนอแนะเพื่อแก้ไขปัญหา ซึ่งส่วนนี้ได้มีการพูดคุยกัน และจะหาข้อสรุปที่ดีที่สุด และออกเป็นข้อกฎหมายในการบังคับใช้ เพื่อสังคม ประเทศชาติมีความเป็นระเบียบเรียบร้อยมีความสะดวกในการเดินทาง ตลอดจนมีความปลอดภัยจากปัญหาอุบัติเหตุจราจรต่างๆ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติและผู้ใช้รถใช้ถนนจะได้มีความรู้สึกดีต่อกัน
พล.ต.ต.จิรสันต์ กล่าวด้วยว่า ในส่วนของคู่กรณีนั้น เบื้องต้นทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และคู่กรณีได้พูดคุยทำความเข้าใจกันแล้ว และไม่มีอะไรติดใจเอาความซึ่งกันและกัน เพราะเรื่องดังกล่าวไม่ได้เป็นคดีความแต่อย่างใด ส่วนการตั้งคณะกรรมการสอบสวนระเบียบและวินัย ก็จะต้องดำเนินตามกฎหมายในระยะเวลา 30 วัน
ด้านนายโอวาท กล่าวว่า วันนี้ได้พูดคุยทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งสรุปได้ว่าเข้าใจกันด้วยดี เพราะส่วนตัวแล้วก็ไม่อยากให้เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องโด่งดังเท่าไหร่ เพราะเข้าใจว่าช่วงนี้เป็นช่วงเวลาโศกเศร้าของประชาชนชาวไทย