เนชั่นทีวี

ข่าว

ส.ต.ต.สารภาพ ร่วมกับพี่ชายและเพื่อนรวม 6 คน ปล้นเงินเอทีเอ็ม

25 พ.ย. 2559 | lastman

ส.ต.ต.สารภาพ ร่วมกับพี่ชายและเพื่อนรวม 6 คน ปล้นเงินเอทีเอ็ม

ตร.ภ.7 นำตัว ส.ต.ต. มือวางแผนชิงเงินสดพนักงานขนเงิน ขณะเติมเงินตู้เอทีเอ็ม ในพื้นที่ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี มาทำการสอบเข้ม หลังรับสารภาพร่วมวางแผนกับพี่ชายและพวกในการก่อเหตุ ก่อนทิ้งโทรศัพท์ไว้เพื่ออำพรางคดี


จากกรณีที่คนร้ายบุกเดี่ยวใช้ปืนขนาด 9 มม. ยิงขู่ 3 นัด ก่อนใช้ปืนจี้บังคับ 3 พนักงานขนเงิน ที่กำลังนำเงินใส่ตู้เอทีเอ็มแบงก์กรุงไทย ในปั้มน้ำมัน ปตท.เปิดใหม่ ของนายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง อดีต ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ริมถนนสายสองพี่น้อง-ลาดบัวหลวง ต.บางเลน อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ให้หมอบลง ก่อนชิงถุงใส่เงิน 4 ถุงซึ่งมีเงินกว่า 5 ล้านบาทแล้วขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี โดยทำโทรศัพท์มือถือตกไว้ในที่เกิดเหตุ

ต่อมามีรายงานว่า ชุดคลี่คลายคดีได้สืบสวนและติดตาม จนพบว่าโทรศัพท์ที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุนั้นมีชื่อของ น.ส.มณีรัตน์ ใจตรง เกี่ยวข้องกับการจดทะเบียนซิมการ์ด และจากการตรวจสอบพบว่า มีการคัดทะเบียนราษฎร์(ทร.14) ชื่อ น.ส.มณีรัตน์ ใจตรง เมื่อวันที่ 24 ต.ค.2559 จาก สภ.บ้านบึง จ.ชลบุรี โดย ส.ต.ต.วิฑูรย์ เพช็รปานกัน อายุ 24 ปี ผบ.หมู่งานสืบสวน สภ.บ้านบึง

จึงเชื่อว่า ส.ต.ต.วิฑูรย์ มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ จึงนำตัวมาซักปากคำที่ บก.สืบสวน ภ.7 จนทราบว่าคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุคือ ส.ต.ต.วิฑูรย์ ,นายไชยเดช เพ็ชรปานกัน อายุ 35 ปี พี่ชายแท้ๆ และเพื่อนพี่ชายรวม 6 คน โดยมีนายสมนึก หรือเปี๊ยก สมสวย อายุ 35 ปี เพื่อนของพี่ชาย ซึ่งเปิดซุ้มขายข้าวโพดป๊อปคอร์นอยู่ในปั๊มน้ำมันที่เกิดเหตุ เป็นคนดูต้นทางโทรแจ้งและชี้เป้าให้ลงมือ จากนั้นได้ร่วมกับ นายไชยเดช พี่ชายแท้ๆ รับช่วงพาหลบหนี

โดยขณะนี้ได้พบหลักฐานเพิ่มเติมเป็นรถจักรยานยนต์ หมวกกันน็อค เสื้อผ้ารองเท้า ที่คนร้ายมาโยนทิ้งในบ่อเกลือ ที่บ้านร้างเลขที่ 57 บ้านไผ่บ่อยา หมู่ 2 ตำบลดอนมะนาว

จากการสอบสวนเบื้องต้น ส.ต.ต.วิฑูรย์ ผู้ต้องหาให้การยอมรับว่า เป็นผู้ลงมือคัด ทร.14 ของ น.ส.มณีรัตน์ แล้วนำไปให้กับ นายชัยเดช พี่ชาย โดยได้วางแผนให้นายเปี๊ยก ซึ่งเป็นเพื่อนของพี่ชายไปเปิดซุ้มขายป๊อปคอร์นในปั้ม ปตท. เพื่อคอยดูต้นทางขณะเจ้าหน้าที่ธนาคารมาเติมเงินในตู้เอทีเอ็ม

โดยเมื่อวันที่ 6 พ.ย. ส.ต.ต.วิฑูรย์ และนายเชาว์ ขับรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค สีบรอนซ์ทอง ไปซื้อโทรศัพท์เพื่อใช้ก่อเหตุ โดยใช้หมายเลขบัตรประชาชนของ น.ส.มณีรัตน์ ซื้อโทรศัพท์พร้อมซิมการ์ด แต่ไม่สามารถซื้อได้ จึงได้เปลี่ยนไปจดทะเบียนคนซื้อเป็นชื่อนางหนูเล็ก ซึ่งไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น โดยซื้อโทรศัพท์เครื่องนี้มาไว้อำพรางเจ้าหน้าที่ตำรวจในการติดตาม โดยวางแผนว่าใช้โทรศัพท์เครื่องนี้โทรหาคนที่ไม่ถูกกัน และขณะก่อเหตุแล้วทิ้งเครื่องโทรศัพท์ไว้อำพราง

ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุนั้นเป็นอาวุธปืน CZ ขนาด 9 มม. โดย ส.ต.ต.วิฑูรย์ ได้ไปเอาปืนมาจากนายตูน แล้วนำไปให้กับ นายชัยเดช เพื่อรอก่อเหตุ โดยก่อนก่อเหตุจะให้ นายชัยเดช ซึ่งสวมใส่เสื้อเกราะของ ส.ต.ต.วิฑูรย์ เตรียมตัวซุ่มอยู่ที่ฝั่งตรงข้ามปั้ม ปตท. รอนายเปี๊ยก ส่งสัญญาณด้วยการโทรศัพท์แจ้งแล้วลงมือก่อเหตุ
หลังเกิดเหตุ ส.ต.ต.วิฑูรย์ รับว่าได้กลับไปที่บ้าน คุยกับนายชัยเดช ผู้เป็นพี่ชายถึงการกระทำผิด จากนั้นเวลาประมาณ 14.00 น.วันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา นายชัยเดช ได้โทรศัพท์ติดต่อ ส.ต.ต.วิฑูรย์ ให้มาพบกันที่สถานีขนส่งสายใต้ หลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อกันได้อีกเลย จนกระทั่งตำรวจกองปราบมาพบและซักถามดังกล่าว

เบื้องต้นทราบจากนายชัยเดช แค่เพียงว่าเงินที่ได้มา พร้อมรถและชุดที่ใส่ในการก่อเหตุ นายชัยเดช ได้นำไปซุกซ่อนไว้ในป่าหลังบ้านเมียของนายชัยเดช ซึ่งอยู่หลังหลังโรงเจดอนมะนาวฯ แต่ยังไม่รู้ตำแหน่งที่แน่นอน

ข่าวล่าสุด