ทุ่งนากว้างใหญ่ เนื้อที่รวม 4,626 ไร่ ในตำบลเดิมบาง อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี คือการรวมกลุ่มกันของชาวนาปลูกข้าวแปลงใหญ่ตามนโยบายรัฐบาล มีสมาชิกทั้งหมด 148 ราย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่เยี่ยมชมการปลูกข้าวของชาวนาที่นี่ แล้วยกให้เป็นตัวอย่างของการทำนาแบบลดต้นทุน ตามนโยบายของรัฐบาล
เกษตรกรที่เข้าร่วมปลูกข้าวแปลงใหญ่ จะมีความมั่นคงในด้านการตลาดกว่าเกษตรกรทั่วไป เพราะรัฐบาล ได้ทำข้อตกลงความร่วมมือการซื้อขาย ข้าวกับภาคเอกชน รับซื้อข้าวจากเกษตรกรแปลงใหญ่ ในราคาสูงกว่าท้องตลาด 300 บาท/ตัน
สวณีย์ โพธิ์รัง เป็นหนึ่งในสมาชิก และเลขานุการกลุ่มเกษตรกรนาแปลงใหญ่ ตำบลเดิมบาง ชาวนาที่เป็นสมาชิกต้องทำตามกติกา โดยตนจะทำหน้าที่เป็นผู้ส่งเม็ดพันธุ์ ปุ๋ยและยา ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากสารชีวภาพ ไม่ใช่สารเคมี โดยสมาชิกจะรับเอาวัตถุดิบเหล่านี้ไปเพาะปลูก เมื่อได้ผลผลิต ก็จะนำไปขายที่โรงสีตามที่ได้ทำข้อตกลงไว้ ก่อนนำมาหักต้นทุน เฉลี่ยไร่ละ 3300 บาท ที่เหลือเป็นกำไรให้กับชาวนาที่เป็นสมาชิก
นาแปลงใหญ่ที่เดิมบางนาบวช มีป้ายสูตรปุ๋ยซีพีปักอยู่ทุกแปลง ใกล้กับที่นาคือโรงสีข้าว ของบริษัทซีพี ซึ่งรับซื้อข้าวจากชาวนาแปลงใหญ่กลุ่มนี้ โดยตรง
ปราญชาวนาดีเด่น อำเภอบางปะม้า จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นชาวนาที่ปฏิเสธเข้าร่วมปลูกข้าวแปลงใหญ่ตามนโยบายของรัฐ เขาตั้งข้อเกตว่า การรวมกลุ่มปลูกข้าวแปลงใหญ่ แทบไม่ต่างจากเกษตรพันธะสัญญาแบบฟาร์มเลี้ยงไก่ที่เคยมีมา และในที่สุดชาวนาก็ถูกครอบงำ ไม่สามารถยืนด้วยลำแข้งของตัวเองได้
นี่คือตำราการดูฤกษ์ไถว่านนา ที่สืบทอดจากบรรพบุรุษ ไม่ต่ำกว่าปี หากปฏิบัติตามนี้ ช่วยให้จังหวะการปลูกข้าว พ้นจากน้ำท่วม และแก้ปัญหาเรื่องแมลง นอกจากนี้ ชัยพรยังจดบัญชีครัวเรือน ที่ช่วยการควบคุมรายจ่าย และวางแผนบริหารเงินด้วยตัวเองอย่างรัดกุม