สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 ก.พ. ที่ผ่านมามีคนร้ายเป็นชาย จำนวน 3 คนลงมือก่อเหตุกระชากกระเป๋านายชินอิจิ โควากูชิ นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น จนได้รับบาดเจ็บ พร้อมกับได้ทรัพย์สินไปจากหน้าร้าน istonsen ภายในซอยสุขุมวิท 24 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กทม. จากนั้นตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ทองหล่อ ได้ทำการสืบสวนรวบรวมข้อมูลการวิ่งราวทรัพย์และชิงทรัพย์ในพื้นที่รับผิดชอบ และพื้นที่ใกล้เคียง จนทราบกลุ่มคนร้ายดังกล่าวนี้ มีจำนวน 4 คน ใช้รถจักรยานยนต์สลับสับเปลี่ยนกันมาก่อเหตุ โดยสลับคู่ไปมา ก่อเหตุในพื้นที่รับผิดชอบกองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยมักจะเลือกก่อเหตุกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นหลัก
โดยทั้งหมดกระทำการเป็นขบวนการ มีการแบ่งหน้าที่กันทำ ทั้งกลุ่มก่อเหตุ ตัวกลางในการขายและแหล่งรับซื้อของโจร ในรูปแบบกลุ่มแก็งค์ที่ออกมาเพื่อวิ่งราวทรัพย์ และชิงทรัพย์ ต่อมาในวันที่ 11พ.ย. ตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.ทองหล่อ ได้ร่วมกันจับกุม นายพรเทพ กิจชัยโสภณ และนางสาวอรุณี ชญานีวนิช เจ้าของร้านโทรศัพท์ ย่านห้วยขวาง ซึ่งเป็นแหล่งรับซื้อของโจร พร้อมตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ จำนวน 23 เครื่อง เพื่อรวบรวมเป็นหลักฐาน จนสามารถขยายผล พร้อมทั้งขออนุมัติศาลเพื่ออนุมัติศาลออกหมายจับขบวนการดังกล่าว อีก 6ราย กระทั่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถทำการจับกุมนายกฤษดา นายพันธกานต์ และนายจักรพรรณได้ ก่อนนำตัวสอบสวนที่ สน.ทองหล่อ
จากการสอบถามทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันวิ่งราวทรัพย์ชาวต่างชาติ มาหลายร้อยครั้ง ในเขตพื้นที่ สน.ลุมพินี สน.ทองหล่อ สน. ทุ่งมหาเมฆ สน.วัดพระยาไกร สน. ลาดพร้าว จนบางรายถึงขั้นได้รับบาด โดยมีนายพันธกานต์หรือโอ นายจักรพรรณ หรือ เหยิน พร้อมทั้งผู้ต้องหาอีกสองรายที่ยังหลบหนีทำหน้าที่เป็นผู้วิ่งราวทรัพย์ และเอาทรัพย์สินไป ส่วนกระเป๋าและเอกสารคนร้ายจะนำไปทิ้งตามระหว่างทางที่หลบหนี ส่วนโทรศัพท์มือถือก็จะนำมาให้แก่นายกฤษดา หรือโอ๊ต นำไปขายแก่ร้านโทรศัพท์ย่านห้วยขวาง โดยเมื่อได้เงินก็จะเอาเงินจำนวนดังกล่าวมาแบ่งกัน ตามที่ได้วิ่งราวมา ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจสอบประวัติพบว่า ผุ้ต้องหาทั้ง 6 คนมีประวัติเกี่ยวกับคดีวิ่งราวทรัพย์มาแล้วจำนวนหลายครั้ง
อย่างไรก็ตามทางตำรวจต้องทำการสอบสวนขยายผลอีกครั้ง รวมทั้งติดตามตัวคนร้ายอีก 3รายมาให้ได้ เบื้องต้นแจ้งข้อหา "ซ่องโจร และร่วมกันวิ่งราวทรัพย์หรือร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดนั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากกการจับกุม"ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป