๑๔ พฤศจิกายน "วันพระบิดาแห่งฝนหลวง"
14 พ.ย. 2559 | nation_ent

เฟสบุ๊ค กองข่าว สำนักราชเลขาธิการ "Information Division of OHM" เผยแพร่ ที่มาของโครงการ"ฝนหลวง" โดยมีข้อความดังนี้
ข่าว
14 พ.ย. 2559 | nation_ent

เฟสบุ๊ค กองข่าว สำนักราชเลขาธิการ "Information Division of OHM" เผยแพร่ ที่มาของโครงการ"ฝนหลวง" โดยมีข้อความดังนี้
นางมณีเมขลาในตำนานเป็นธิดาแห่งพระสมุทร เพราะความซุกซนและชื่นชอบความชุ่มฉ่ำของสายน้ำ ทำให้ทุกครั้งที่ฝนตก นางมณีเมขลาจะนำดวงวัชระของพระอินทร์มาเล่นน้ำฝนด้วยความสนุกสนาน เมื่อแสงแก้วสะท้อนเข้าตารามสูร รามสูรจึงโกรธ ขว้างขวานฟ้าอาวุธประจำกายเข้าใส่จนทำให้เกิดเสียงฟ้าร้อง คนโบราณเชื่อว่า เมขลากับรามสูรเป็นที่มาของปรากฏการณ์ฟ้าแลบและฟ้าร้อง
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงวาดภาพนางมณีเมขลาไว้บนตำราฝนหลวงด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อแสดงขั้นตอนและกรรมวิธีการดัดแปรสภาพอากาศทำให้เกิดฝน และพระราชทานแก่นักวิชาการฝนหลวงให้ถือปฏิบัติในแนวทางเดียวกัน
ฝนหลวงเป็นโครงการสำคัญที่คนไทยรู้จักดี และหลายครั้งที่ฝนหลวงได้เทลงมาทำให้หัวใจชาวไทยชุ่มฉ่ำ เช่น ช่วงกลางปี ๒๕๔๘ เมื่อเกิดปัญหาภัยแล้งในหลายพื้นที่และระดับน้ำในเขื่อนทั้ง ๑๓ แห่ง ทั่วประเทศ ลดลงจนอยู่ในขั้นวิกฤต
ในฐานะที่ทรงเป็นผู้บุกเบิกค้นคว้าพัฒนาและประดิษฐ์คิดค้นเทคโนโลยีฝนหลวง อันเป็นนวัตกรรมที่เป็นที่ยอมรับในมวลหมู่นักวิทยาศาสตร์ ด้านการดัดแปรสภาพอากาศและสาธารณชนทั้งชาวไทยและต่างประเทศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงทรงได้รับการเชิดชูสดุดีและทรงได้รับเครื่องหมายอันเป็นสัญลักษณ์และรางวัล พร้อมประกาศเกียรติคุณเชิดชูพระเกียรติจากองค์กรและสถาบันระดับโลกจำนวนมาก อาทิ องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ และเมื่อสภาวิจัยได้นำไปร่วมจัดแสดงในนิทรรศการงานวิจัยนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ณ กรุงบรัสเซลล์ ประเทศเบลเยี่ยม ก็ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมด้านนวัตกรรมและเป็นทฤษฎีใหม่ที่มีคุณประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศและไม่มีผู้ใดค้นคิดมาก่อน
ที่มา : หนังสือ "ในหลวงของเรา"