ผู้ประท้วงยังคงรวมตัวเดินขบวนตะโกนต่อต้านโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนที่ 45 ซึ่งเพิ่งชนะการเลือกตั้งเมื่อวันอังคาร โดยเมื่อวันศุกร์มีการประท้วงปิดถนนสายสำคัญในไมอามี และการเดินขบวนในแอตแลนตา บอสตัน นิวยอร์ก และเมืองอื่นๆ
การรวมตัวของผู้ประท้วงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วผ่านการนัดหมายในสื่อสังคมออนไลน์ของคนรุ่นใหม่จากหลากหลายกลุ่มและมีจุดยืนต่อต้านทรัมป์ในหลายประเด็นทั้งเรื่องการเหยียดเชื้อชาติ การดูหมิ่นผู้หญิง และการต่อต้านคนรักเพศเดียวกัน
ขณะนี้นักเคลื่อนไหวเตรียมชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดนับจากการชุมนุมยึดถนนวอลล์สตรีท ที่เรียกกันว่า ออคคิวพาย วอลล์ สตรีทเมื่อปี 2554 ที่เป็นการชุมนุมต่อต้านความไม่เท่าเทียมทางสังคมและเศรษฐกิจและความโลภของภาคธุรกิจ
ล่าสุดมีรายงานการนัดชุมนุมที่นครนิวยอร์ก ลอสแองเจลิส ลาสเวกัสและอีกหลายเมืองในวันเสาร์นี้ และจะมีการชุมนุมในกรุงวอชิงตันในวันที่ 20 ม.ค.ปีหน้า ซึ่งเป็นวันที่ทรัมป์จะสาบานตนรับตำแหน่งด้วย
ทรัมป์ แสดงความเห็นครั้งแรกต่อการชุมนุม โดยโพสในทวิตเตอร์เมื่อวันพฤหัสบดีระบุว่า การชุมนุมเป็นฝีมือของนักประท้วงมืออาชีพที่ได้รับการยั่วยุจากสื่อ และไม่ยุติธรรมมากๆ แต่ในอีก 9 ชั่วโมงต่อมาเขาปรับท่าทีโอนอ่อนลงเพื่อลดความแตกแยกในประเทศ โดยโพสในทวิตเตอร์ว่า "ชอบความจริงที่ว่ากลุ่มผู้ประท้วงเล็กๆเมื่อคืนมีความปรารถนาดีเพื่อประเทศที่ยิ่งใหญ่ของเรา เราจะเดินไปด้วยกันและภาคภูมิใจด้วยกัน"
แต่แฮร์รี รีด ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภาจากพรรคเดโมแครต ออกแถลงการณ์กล่าวโทษว่า ทรัมป์เป็นผู้กระตุ้นความเกลียดชังและการเหยียดหยาม และเวลานี้เป็นความรับผิดชอบของเขาในการสร้างเอกภาพให้เกิดขึ้นในประเทศ