โดยแถวได้มีความยาวล้นจนถึงบริเวณสนามหลวง กลางสนามหลวงฝั่งทิศเหนือ ซึ่งบริเวณนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้จัดเต็นท์ไว้รองรับแถวประชาชนจำนวนมาก ท่ามกลางความเตรียมพร้อมอำนวยความสะดวกอย่างเคร่งครัดโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และอาสาสมัครกู้ภัย ในส่วนของการรักษาความปลอดภัยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง และสนามหลวงนั้นประชาชนที่จะเดินทางเข้ามายังต้องเดินผ่านจุดคัดกรองซึ่งมีอยู่ 8 จุดด้วยกัน โดยจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และนักศึกษา วิชาทหาร คอยตรวจค้นกระเป๋า เพื่อไม่ให้มีสิ่งของอันตรายหลุดเข้าในพื้นที่ได้ รวมถึงตรวจบัตรประชาชน และหนังสือเดินทาง เพื่อป้องกันปัญหามิจฉาชีพชาวต่างชาติด้วย
ต่อมาในช่วงเวลาเวลา 12.00น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทางระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) ได้นำกลุ่มชนชาติพันธ์ุจากพื้นที่สูง9ชนเผ่าประกอบไปด้วย1.เผ่ากะเหรี่ยงจำนวน249คน2.เผ่าม้งจำนวน207คน3.เผ่าลาหู่จำนวน99คน4.เผ่าอาข่าจำนวน99คน5.เผ่าเมี่ยนจำนวน99คน6.เผ่าลีซู99คน7.เผ่าลัวะจำนวน49คน8.เผ่าขมุจำนวน49คนและ9.เผ่าถิ่นจำนวน49คนรวมทั้งสิ้น999คนจาก20จังหวัดเข้าร่วมถวายสักการะพระบรมศพภายใต้กิจกรรมที่ชื่อว่า"999ดวงใจร่วมอาลัยพ่อหลวง"เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ
โดยได้รับการอำนวยความสะดวกจากรถโดยสารขสมก.จำนวน25คันบริการรับส่งกลุ่มชาติพันธุ์มาบริเวณท้องสนามหลวงทั้งนี้เมื่อกลุ่มชนเผ่าทั้ง9เผ่า ได้เดินทางมาถึงในพื้นที่ ก็ได้ตั้งขบวนโดยแยกออกเป็นแต่ละชนเผ่าที่ด้านหน้ากระทรวงกลาโหมตั้งแถวเป็นสี่แถว
จากนั้นได้เคลื่อนขบวนไปยังประตูมณีนพรัตน์เพื่อเข้าไปภายในพระบรมมหาราชวังโดยพสกนิกรแต่ละชนเผ่าแต่งเครื่องแต่งกายตามวัฒนธรรมบ้านเกิดซึ่งบางคนได้นำพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ยกขึ้นเหนือศรีษะและโอบกอดแนบอกเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี