เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 12 ต.ค.พ.ต.อ.ทิวาบุญดำเนิน รักษาราชการแทน ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ สืบทราบว่าจะมีการส่งมอบยาเสพติดบริเวณริมถนนสาย 222 บึงกาฬ พังโคน พื้นที่บ้านหนองหิ้ง หมู่ที่ 2 ต.ท่ากกแดง อ.เซกา จ.บึงกาฬ จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.โชคชัยอินทะนิน ผกก.สืบสวน ภ.จว.บึงกาฬ พ.ต.ท.นพดลผลพัฒนารอง ผกก.สืบสวนสนธิกำลังกับพ.ต.อ.อนุสรณ์มั่งมี ผกก.สภ.เซกา ร.ต.อ.รามสูรย์บุญข่าย รอง ผบ.ร้อย ตชด.244 พ.ต.ต.ราเชนทร์สวนคำศรี สว.ตำรวจน้ำและ ร.ท.ณัฐพล ฉิมงาม ผบ.ร้อย รส.1331 วางแผนจับกุม
ขณะขับรถผ่านไปตามถนนสาย 222 พบรถเก๋งยี่ห้อนิสสันซัลฟีสีขาว ทะเบียน กย 4324 อุดรธานี จอดอยู่ข้างถนนหน้าร้านขายผลไม้ และเห็นชาย 2 คนทราบชื่อต่อมาว่านายปริพัฒน์ หรือต่อผาลี อายุ 30 ปี บ้านเลขที่ 31/1 หมู่ที่ 1 ต.ไผ่ล้อม อ.บ้านแพง จ.นครพนมและนายสุริยา หรือนาย สายโรจน์ อายุ 40 ปี บ้านเลขที่ 42/1 หมู่ที่ 1 ต.คอนสวรรค์ อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร กำลังตกปลาอยู่ริมหนองน้ำข้างทาง จึงจอดรถลงไปถามว่าได้ปลาเยอะและตัวใหญ่ไหมขอซื้อไปทำอาหารหน่อย
เมื่อทั้ง 2 คนเห็นเจ้าหน้าที่จึงได้ทิ้งคันเบ็ดแล้ววิ่งหนีลงทุ่งนา จึงออกแรงไล่จับกุมปลุกปล้ำกันพัลวัน ชุดที่ 1 เข้าจับกุมนายปริพัฒน์ หรือต่อผาลี ค้นพบห่อยาบ้าที่หนีบไว้ในรักแร้ด้านซ้ายจำนวน2 มัด 20 ถุงรวมยาบ้าจำนวน 3,972 เม็ดขณะเจ้าหน้าที่อีกชุดแยกปลุกปล้ำจับกุมนายสุริยา หรือนาย สายโรจน์ทำให้อาวุธปืนสั้นขนาด 11 มิลลิเมตรชนิดไทยประดิษฐ์ในกระเป๋าสะพายของนายสุริยาเกิดลั่นโป้งขึ้น 1 นัดแต่โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ คุมตัวทั้ง 2 คนไปค้นในรถเก๋งไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย
สอบสวนทั้ง 2 คนรับว่าได้สั่งซื้อยาบ้าจากท้าวโส ชาวลาวในราคามัดละ 120,000 บาทแล้วนำไปขายต่อมัดละ 130,000 บาท ส่วนอาวุธปืนอ้างว่าพกมาป้องกันตัว จึงถูกแจ้งข้อหา"ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามิน) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย,และแจ้งข้อกล่าวหานายสุริยาเพิ่มอีก 1 กระทง มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต"นำตัวผู้ต้องหาและของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เซกา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย