จากการสอบสวน นายนพพร ให้การรับสารภาพว่า ตนทำงานที่อู่พ่นสีรถยนต์แห่งหนึ่งใน อ.โพธาราม โดยกลางคืนจะอาศัยหลับนอนตามศาลารอรถประจำทาง และภายในวัด ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ซึ่งอาชีพรับจ้างนั้นได้เงินน้อย ช่วงเย็นหลังเลิกงาน จึงขี่รถจักรยานยนต์ออกตระเวนดูตามสวนกล้วยของชาวบ้านที่ปลูกเอาไว้ เมื่อพบว่ามีกล้วยออกเครือแก่เต็มที ก็จะแอบเข้าไปขโมยตัดแล้วนำไปขายตามร้านขายกล้วยทอด และร้านขายของในหมู่บ้าน เนื่องจากช่วงนี้กล้วยน้ำว้ามีราคาแพง หลังจากได้เงินมาก็จะนำเงินไปซื้อเหล้ากิน โดยยอมรับว่าได้ขโมยกล้วยของชาวบ้านมานานเป็นปีแล้ว และล่าสุดก็เข้าไปขโมยกล้วยในสวนของชาวบ้านมาเมื่อคืนและนำมาซ่อนไว้ที่หลังเมรุวัดจันทาราม อ.บ้านโป่ง เพื่อเตรียมนำออกไปขายแต่ก็มาถูกจับกุมเสียก่อน
ด้าน นายอดุลย์ กำนันตำบลดอนกระเบื้อง กล่าวว่า กล้วยของชาวบ้านที่ปลูกไว้ถูกขโมยลักตัดประจำ จนชาวบ้านต้องนำเอาสีสเปรย์สีแดงมาพ่นที่เครือเอาไว้เพื่อแสดงสัญลักษณ์ แต่ก็ยังคงถูกขโมยอยู่ดี เนื่องจากสามารถขายได้ จนล่าได้รับแจ้งจากชาวบ้านหมู่ 9 ต.ดอนกระเบื้อง ว่ามีขโมยเข้าไปลักตัดกล้วยในไร่ จึงนำกำลังฝ่ายปกครองออกติดตามและก็พบตัว นายนพพร ที่บริเวณด้านหลังเมรุวัดจันทาราม พร้อมของกลางกล้วยน้ำว้าพ่นสีแดง 1 เครือ ซึ่งขโมยตัดจากไร่ของชาวบ้าน จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านโป่ง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป