พนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุ และควบคุมผู้ต้องหาไว้ดำเนินคดี พร้อมตรวจยึดอาวุธ ปืนฯ 1 กระบอก รถจักรยานยน 1 คัน ถุงมือผ้าสีขาว 1 คู่ หมวกกันนอ๊คชนิดปิดหน้าเต็มใบ สีดำนำเทปสีขาวปิดทับให้ดูเหมือนสีดำขาว 1 ถ้าหากหนีไปได้จากที่เกิดเหตุก็จะลอกเทปติดหมวกออกกลายเป็นสีดำ เสื้อผ้าชุดที่ใส่ก่อเหตุเสื้อคุมแขนยาว ตราช้าง สีขาว 1 ตัว ที่ผู้ต้องหาใช้ก่อเหตุ และเงินสด 298,500 บาท ไว้เป็นของกลางนำส่ง พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
สาเหตุการก่อเหตุในครั้งนี้ เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นผู้แทนจำหน่ายน้ำอัดลมของบริษัทไทยน้ำทิพย์จำกัด สาขาน่าน และเกิดปัญหาเงินขาดบัญชีจะต้องหาเงินชำระหนี้ให้กับบริษัทฯ ทำให้เกิดความเครียดหาเงินมาชำระหนี้ไม่ทันจึงได้ก่อเหตุดังกล่าว
นางสุรัตนา ทาแก้ว ผู้จัดการธนาคารอมมสิน สาขา นราไฮเปอร์มาร์ท ถ.สุมนนเทวราช อ.เมืองน่าน จ.น่าน อายุ 53 ปี บ้านเลขที่ 46/2 ถนนมณเฑียร ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน ข้อหา 1.ชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธและยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตฯและพกพา อาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านฯ
พ.ต.อ.ประยูร ชำนาญคง ผกก.สภ.เมืองน่าน เปิดเผยว่า ได้นำ นายณฤทธิ์ อมาตยศักดิ์ ผู้ต้องหา อายุ40ปี อยู่บ้านเลขที่8หมู่4ตำบลม่วงตึ๊ด อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ผู้จัดการบริษัทไทยน้ำทิพย์จำกัด สาขาน่าน และเป็นเจ้าของร้านอาหาร ประสบความล้มเหลวเรื่องปัญหาการเงิน มีหนี้สินจำนวนมาก จึงได้ตัดสินใจก่อเหตุชิงทรัพย์เพื่อจะนำเงินไปใช้หนี้ ซึ่งผู้ต้องหายอมรับตลอดข้อกล่าวหาและให้การอย่างเป็นประโยชน์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในเหตุการชิงทรัพย์ธนาคารออมสิน สาขาห้างนราไฮเปอร์มาร์ทในครั้งนี้
ทั้งนี้สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 3 ต.ค.59 เวลา 13.12 น. ที่ผ่านมา ได้มีผู้ต้องหาขี่จักรยานยนต์ฟีโน่ ใช้เทปปิดทะเบียน วจต 657 กรุงเทพมหานคร นำไปจอดลานจอดรถห้างนราไฮเปอร์มาทร์ ข้างธนาคารออมสิน แล้วเดินเข้าไปในธนาคารออมสินสาขาห้างนราไฮเปอร์มาร์ท เดินเข้าไปในเคาเตอร์ธนาคารใช้อาวุธปืนสั้นที่เตรียมมาจี้พนักงานให้เปิดลิ้นเอาเงินออกมาให้ แต่ไม่ทันใจคนร้ายได้เข้าหยิบเองโดยเลือกเฉพาะธนบัตรราคา 1,000 บาท ใส่ถุงสีแดงที่เตรียมมา หลายลิ้นชักเป็นจำนวนเงิน 298,500 บาท แล้วกระโดดขึ้นเคาเตอร์โดดหนีเปิดประตูธนาคารวิ่งออกไปจะตรงที่ไปที่จักรยานยนต์ที่จอดไว้ ขี่หลบหนีไปขึ้นรถISUZU MU-7 ซึ่งนำไปจอดไว้ที่สนามพักผ่อน บ้านดอนแก้ว ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 500 เมตร โดยจะถอดชุดก่อเหตุหร้อมรถจักรยานยนต์ทิ้ง แล้วขับรถยนต์หลบหนี แต่ผิดแผนเพราะ นางสาวนัฐชา เชียงพรม แม่บ้านที่วิ่งหนีตายออกมาตะโกนขอความช่วยเหลือ แต่ถูกพลเมืองดี นายนพดล อินตะมา และ นายอัครเดช เสี้ยนเสริญ ที่ นางสาวนัฐชา เชียงพรม แม่บ้านธนาคารออมสินได้ร้องตะโกนขอความช่วยเหลือมีคนร้ายเข้าไปปล้นธนาคาร ได้ใช้ไม้ถูพื้นตี คนร้ายและช่วยกันจับตัวไว้ได้
โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดการสอบสวนและทำแผน ได้ลงมือทำเพียงลำพังคนเดียว โดยได้วางแผนและดูราดราวมาแล้ว3วัน จนเมื่อวันที่3ตุลาคม2559เวลา 13.12 น. จึงได้ลงมือก่อเหตุชิงทรัพย์ธนาคารออมสิน สาขาห้างนราไฮเปอร์มาร์ท ซึ่งธนาคารออมสินนั้น อยู่บริเวณหน้าห้าง ตรงหัวมุมถนน จึงทำให้ผู้ต้องหาเลือกที่จะลงมือก่อเหตุ เนื่องจากคาดว่าเมื่อลงมือก่อเหตุแล้วจะหลบหนีได้ง่ายเพราะใกล้ที่จอดรถ แต่ไปไม่รอดถูกพลเมืองดีช่วยกันจับตัวได้ก่อนที่จะหลบหนีคนร้ายได้วางแผนไว้ที่่ห้างนราไฮเปอร์มาร์ท นอกจากธนาคารออมสิน แล้ว ยังมีธนาคารกรุงไทย สาขา นราฯ อยู่คนละมุม แต่ทำเลไม่สะดวกต่อการก่อเหตุและหลบหนี ทางด้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจหลังจากทำแผนเสร็จก็จะนำตัวไปสอบสวนฝากขังที่ศาลเพื่อนำตัวผู้ต้องหาส่งฟ้องศาลเพื่อดำเนินคดีต่อไป
ด้านนายสาธิต บุญทอง ผู้จัดการห้างนราไฮเปอร์มาร์ท กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดทำให้ทางห้างไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ลูกค้าของห้างได้รับความลำบากในเรื่องของการรักษาความปลอดภัย ต่อไปจะต้องให้ รปภ.รวมถึงพนักงานของห้างต้องเพิ่มความสังเกตุความผิดปกติของผู้ที่จะเข้ามาก่อเหตุ เช่นกรณีนี้ผู้ก่อเหตุใช้เทปปิดป้ายทะเบียนรถเข้ามา เมื่อจอดรถแล้วไม่ถอดหมวกกันน็อคเดินเข้าไปในบริเวณห้าง มันผิดสังเกตต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบทันที และทราบว่าสัญญาณเตือนภัยของธนาคารก็ขัดข้อง ต่อไปต้องเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยมากขึ้น โชคดีที่ผู้ก่อเหตุเป็นมือสมัครเล่น จึงไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต