เนชั่นทีวี

ข่าว

นำตัวผู้ต้องหาปล้นธ.ออมสิน ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

04 ต.ค. 2559 | nation_ent

นำตัวผู้ต้องหาปล้นธ.ออมสิน
ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

เมื่อวันที่ 4 ต.ค.59 เวลา10.30น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ธนาคารออมสิน สาขาห้างนราไฮเปอมาร์ท ถนนสุมนเทวราช อ.เมือง จ.น่าน พ.ต.อ.ประยูร ชำนาญคง ผกก.สภ.เมืองน่าน พ.ต.ท ศุภกิตต์ คนสม พงส. ผนพ.สภ.เมืองน่าน พ.ต.ท.อุทัย วงศ์คำแสน รอง ผกก.สส.ภ.จว.น่าน พ.ต.ท.สุวัฒน์ จินดาวรรณ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองน่าน พ.ต.ท.รังสรรค์ ทินบุตร สวป.เมืองน่าน ร.ต.อ.นฤมิต สุขแสง รอง สว.สส.สภ.เมืองน่าน นำ นายณฤทธิ์ อมาตยศักดิ์ ผู้ต้องหา ทำแผนประกอบคำรับสารภาพจากเหตุการณ์เมื่อวานนี้3ตุลาคม2559 ได้มีการชิงทรัพย์ที่ธนาคารออมสิน โดยผู้ต้องหาได้ชิงทรัพย์จำนวนเงิน 298,500 บาท แต่ไม่สามารถหนีได้เนื่องจากถูกพลเมืองดีช่วยกันจับได้ที่หลังห้างนราไฮเปอร์มาร์ท และได้แจ้งเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ



พนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุ และควบคุมผู้ต้องหาไว้ดำเนินคดี พร้อมตรวจยึดอาวุธ ปืนฯ 1 กระบอก รถจักรยานยน 1 คัน ถุงมือผ้าสีขาว 1 คู่ หมวกกันนอ๊คชนิดปิดหน้าเต็มใบ สีดำนำเทปสีขาวปิดทับให้ดูเหมือนสีดำขาว 1 ถ้าหากหนีไปได้จากที่เกิดเหตุก็จะลอกเทปติดหมวกออกกลายเป็นสีดำ เสื้อผ้าชุดที่ใส่ก่อเหตุเสื้อคุมแขนยาว ตราช้าง สีขาว 1 ตัว ที่ผู้ต้องหาใช้ก่อเหตุ และเงินสด 298,500 บาท ไว้เป็นของกลางนำส่ง พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

สาเหตุการก่อเหตุในครั้งนี้ เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นผู้แทนจำหน่ายน้ำอัดลมของบริษัทไทยน้ำทิพย์จำกัด สาขาน่าน และเกิดปัญหาเงินขาดบัญชีจะต้องหาเงินชำระหนี้ให้กับบริษัทฯ ทำให้เกิดความเครียดหาเงินมาชำระหนี้ไม่ทันจึงได้ก่อเหตุดังกล่าว

นางสุรัตนา ทาแก้ว ผู้จัดการธนาคารอมมสิน สาขา นราไฮเปอร์มาร์ท ถ.สุมนนเทวราช อ.เมืองน่าน จ.น่าน อายุ 53 ปี บ้านเลขที่ 46/2 ถนนมณเฑียร ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน ข้อหา 1.ชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธและยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตฯและพกพา อาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านฯ

พ.ต.อ.ประยูร ชำนาญคง ผกก.สภ.เมืองน่าน เปิดเผยว่า ได้นำ นายณฤทธิ์ อมาตยศักดิ์ ผู้ต้องหา อายุ40ปี อยู่บ้านเลขที่8หมู่4ตำบลม่วงตึ๊ด อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ผู้จัดการบริษัทไทยน้ำทิพย์จำกัด สาขาน่าน และเป็นเจ้าของร้านอาหาร ประสบความล้มเหลวเรื่องปัญหาการเงิน มีหนี้สินจำนวนมาก จึงได้ตัดสินใจก่อเหตุชิงทรัพย์เพื่อจะนำเงินไปใช้หนี้ ซึ่งผู้ต้องหายอมรับตลอดข้อกล่าวหาและให้การอย่างเป็นประโยชน์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในเหตุการชิงทรัพย์ธนาคารออมสิน สาขาห้างนราไฮเปอร์มาร์ทในครั้งนี้
ทั้งนี้สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 3 ต.ค.59 เวลา 13.12 น. ที่ผ่านมา ได้มีผู้ต้องหาขี่จักรยานยนต์ฟีโน่ ใช้เทปปิดทะเบียน วจต 657 กรุงเทพมหานคร นำไปจอดลานจอดรถห้างนราไฮเปอร์มาทร์ ข้างธนาคารออมสิน แล้วเดินเข้าไปในธนาคารออมสินสาขาห้างนราไฮเปอร์มาร์ท เดินเข้าไปในเคาเตอร์ธนาคารใช้อาวุธปืนสั้นที่เตรียมมาจี้พนักงานให้เปิดลิ้นเอาเงินออกมาให้ แต่ไม่ทันใจคนร้ายได้เข้าหยิบเองโดยเลือกเฉพาะธนบัตรราคา 1,000 บาท ใส่ถุงสีแดงที่เตรียมมา หลายลิ้นชักเป็นจำนวนเงิน 298,500 บาท แล้วกระโดดขึ้นเคาเตอร์โดดหนีเปิดประตูธนาคารวิ่งออกไปจะตรงที่ไปที่จักรยานยนต์ที่จอดไว้ ขี่หลบหนีไปขึ้นรถISUZU MU-7 ซึ่งนำไปจอดไว้ที่สนามพักผ่อน บ้านดอนแก้ว ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 500 เมตร โดยจะถอดชุดก่อเหตุหร้อมรถจักรยานยนต์ทิ้ง แล้วขับรถยนต์หลบหนี แต่ผิดแผนเพราะ นางสาวนัฐชา เชียงพรม แม่บ้านที่วิ่งหนีตายออกมาตะโกนขอความช่วยเหลือ แต่ถูกพลเมืองดี นายนพดล อินตะมา และ นายอัครเดช เสี้ยนเสริญ ที่ นางสาวนัฐชา เชียงพรม แม่บ้านธนาคารออมสินได้ร้องตะโกนขอความช่วยเหลือมีคนร้ายเข้าไปปล้นธนาคาร ได้ใช้ไม้ถูพื้นตี คนร้ายและช่วยกันจับตัวไว้ได้

โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดการสอบสวนและทำแผน ได้ลงมือทำเพียงลำพังคนเดียว โดยได้วางแผนและดูราดราวมาแล้ว3วัน จนเมื่อวันที่3ตุลาคม2559เวลา 13.12 น. จึงได้ลงมือก่อเหตุชิงทรัพย์ธนาคารออมสิน สาขาห้างนราไฮเปอร์มาร์ท ซึ่งธนาคารออมสินนั้น อยู่บริเวณหน้าห้าง ตรงหัวมุมถนน จึงทำให้ผู้ต้องหาเลือกที่จะลงมือก่อเหตุ เนื่องจากคาดว่าเมื่อลงมือก่อเหตุแล้วจะหลบหนีได้ง่ายเพราะใกล้ที่จอดรถ แต่ไปไม่รอดถูกพลเมืองดีช่วยกันจับตัวได้ก่อนที่จะหลบหนีคนร้ายได้วางแผนไว้ที่่ห้างนราไฮเปอร์มาร์ท นอกจากธนาคารออมสิน แล้ว ยังมีธนาคารกรุงไทย สาขา นราฯ อยู่คนละมุม แต่ทำเลไม่สะดวกต่อการก่อเหตุและหลบหนี ทางด้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจหลังจากทำแผนเสร็จก็จะนำตัวไปสอบสวนฝากขังที่ศาลเพื่อนำตัวผู้ต้องหาส่งฟ้องศาลเพื่อดำเนินคดีต่อไป

ด้านนายสาธิต บุญทอง ผู้จัดการห้างนราไฮเปอร์มาร์ท กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดทำให้ทางห้างไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ลูกค้าของห้างได้รับความลำบากในเรื่องของการรักษาความปลอดภัย ต่อไปจะต้องให้ รปภ.รวมถึงพนักงานของห้างต้องเพิ่มความสังเกตุความผิดปกติของผู้ที่จะเข้ามาก่อเหตุ เช่นกรณีนี้ผู้ก่อเหตุใช้เทปปิดป้ายทะเบียนรถเข้ามา เมื่อจอดรถแล้วไม่ถอดหมวกกันน็อคเดินเข้าไปในบริเวณห้าง มันผิดสังเกตต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบทันที และทราบว่าสัญญาณเตือนภัยของธนาคารก็ขัดข้อง ต่อไปต้องเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยมากขึ้น โชคดีที่ผู้ก่อเหตุเป็นมือสมัครเล่น จึงไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ข่าวล่าสุด