"ไซเตส" ให้ควบคุมประชากรและเพาะพันธุ์ เสือโคร่งในกรง
04 ต.ค. 2559 | lastman

ไซเตส มีมติให้ทุกประเทศที่มีฟาร์มเสือโคร่งและอยู่ในกรงเลี้ยงควบคุมประชากรและการเพาะพันธุ์ เพื่อป้องกันการค้าเสือโคร่งด้วยการนำเสือโคร่งในกรงเลี้ยงมาค้าในตลาด
ข่าว
04 ต.ค. 2559 | lastman

ไซเตส มีมติให้ทุกประเทศที่มีฟาร์มเสือโคร่งและอยู่ในกรงเลี้ยงควบคุมประชากรและการเพาะพันธุ์ เพื่อป้องกันการค้าเสือโคร่งด้วยการนำเสือโคร่งในกรงเลี้ยงมาค้าในตลาด
รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช อดิศร นุชดำรงค์ หนึ่งในทีมคณะผู้แทนไทย บอกว่า ในการประชุมภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ หรือไซเตส ครั้งที่ 17 (COP17) ณ นครโจฮันเนสเบิร์ก สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ ได้พูดคุยเรื่องเสือโคร่งในกรงเลี้ยง
โดยเฉพาะกลุ่มประเทศที่มีเสือโคร่งในกรงเลี้ยงจำนวนมากและเพาะพันธุ์เสือโคร่งเองได้เพื่อเชิงพาณิชย์ จนมีมติให้ทุกประเทศที่มีฟาร์มเสือโคร่งและอยู่ในกรงเลี้ยงให้กลับไปทำมาตรการควบคุมประชากรและการเพาะพันธุ์เข้มงวดมากขึ้น ในส่วนของประเทศไทยได้เดินหน้ามาตรการและแผนเสือโคร่งอย่างเข้มงวดและจริงจัง เช่น การทำดีเอ็นเอเสือโคร่งในกรงเลี้ยงทุกตัว ทำฐานข้อมูลลายบริเวณลำตัวของเสือโคร่งทั้งหมด ประมาณ 400-500 ตัว จากเสือโคร่งในกรงเลี้ยงทั้งหมด 1,300 ตัว
ถือว่าก้าวหน้ามากกว่าที่ไซเตสกำหนดให้ไทยทำเพื่อป้องกันการลักลอบล่าเสือโคร่งจนเสี่ยงสูญพันธุ์ ทั้งนี้ ไซเตส ยังห่วงและกังวลสถานการณ์การค้าเสือโคร่งที่มีอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่าเสือโคร่งที่ค้าอยู่นั้นเป็นเสือมาจากกรงเลี้ยง ทำให้จำเป็นต้องใช้มาตรการควบคุมประชากรเสือเน้นประเทศที่มีเสือในกรงเลี้ยงและเพาะพันธุ์ได้ โดยไทยยังเป็นหนึ่งในประเทศที่ไซเตสยังเฝ้าและจับตามองว่ามีการค้าเสือโคร่งอยู่
รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช บอกด้วยว่า หลายประเทศที่มีฟาร์มและค้าเสือโคร่งคัดค้านการบังคับใช้มาตรการของไซเตสที่ให้ทุกประเทศควบคุมประชากรเสือโคร่ง เนื่องจากประชาชนในประเทศส่วนใหญ่บริโภคเนื้อเสือโคร่ง อาจกระทบต่อธุรกิจเชิงพาณิชย์ได้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศที่อยู่ในแถบเอเชีย เช่น จีน