เนชั่นทีวี

ข่าว

ร้องถูกหลอกเล่นแชร์ หอบเงินหนีกว่า 20 ล้าน

23 ก.ย. 2559 | wanchat

ร้องถูกหลอกเล่นแชร์ หอบเงินหนีกว่า 20 ล้าน

บุรีรัมย์- ชาวบ้าน พนักงานบริษัท และข้าราชการจากหลายอำเภอที่จ.บุรีรัมย์ถูกหลอกเล่น "แชร์บ้านก้อย" นำหลักฐานสลิปการโอนเงินข้อความการสนทนา บุกร้องศูนย์ดำรงธรรมช่วยเหลือ อ้างถูกหญิงวัย 29 ซึ่งเป็นเท้าแชร์โกงหอบเงินที่สมาชิกร่วมเล่นแชร์หนีลอยนวลกว่า 20 ล้าน แจ้งความคดีไม่คืบ

(22 ก.ย.59) ชาวบ้าน พนักงานบริษัท และข้าราชการจากหลายอำเภอ มี อ.เมือง สตึก นางรอง และ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ นำหลักฐานสลิปการโอนเงินเข้าบัญชี และข้อความที่สนทนาผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ เข้าร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดให้ช่วยเหลือ โดยกล่าวหาว่าได้ถูกผู้หญิงที่รู้จักกันในนาม "เจ้ก้อย" ซึ่งเป็นเท้าแชร์หลอกลวงให้ร่วมเล่นแชร์ชื่อ "แชร์บ้านก้อย" โดยการเชิญชวนหลอกหล่อผู้ที่สนใจให้นำเงินมาร่วมลงทุน แต่ไม่ได้แจ้งชัดเจนว่าลงทุนอะไร บอกเพียงว่าจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนหรือดอกเบี้ยถึงร้อยละ 10 ต่อสัปดาห์ เช่น หากใครร่วมลงทุนวงเงิน 40,000 บาท ก็จะได้รับผลตอบแทน 4,000 บาท ซึ่งเป็นผลตอบแทนที่ค่อนข้างสูงจึงจูงใจให้หลายคนหลงเชื่อยอมหาเงินทั้งกู้ยืม ขายรถ จำนองบ้าน เพื่อนำเงินมาร่วมเล่นแชร์ตั้งแต่รายละหลักหมื่นไปจนถึงหลักล้านบาท แต่สุดท้ายก็ถูก "เจ้ก้อย" เท้าแชร์หลอกโกงเงินสร้างความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก โดยจากข้อมูลพบว่ามีผู้ทั้งข้าราชการ พนักงานบริษัท และประชาชนทั่วไปทั้งใน จ.บุรีรัมย์ และจังหวัดใกล้เคียง ตกเป็นเหยื่อร่วมเล่นแชร์บ้านก้อยดังกล่าวจำนวน 71 คน รวมเป็นเงินกวา 20 ล้านบาท

ร้องถูกหลอกเล่นแชร์ หอบเงินหนีกว่า 20 ล้าน


ด้าน น.ส.เพชรลดา ศรีทอง อายุ 28 ปี ชาว อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ผู้เสียหายรายหนึ่ง บอกว่า ที่ตัดสินใจนำเงินมาร่วมเล่นแชร์กับ เจ้ก้อย เพราะเห็นว่ามีผลตอบแทนจูงใจ จึงยอมนำเงินที่ได้จากการมัดจำค่าขายบ้าน 30,000 บาท และเงินเก็บที่มีอยู่อีก 10,000 บาท รวมเป็น 40,000 บาท ไปร่วมเล่นแชร์เพราะหวังว่าจะได้เงินมาชำระหนี้สินที่มีอยู่ เมื่อตกลงร่วมทุนงวดแรก เจ้ก้อย ก็ให้โอนเงินเข้าบัญชีจำนวน 36,000 บาท ส่วนอีก 4,000 บาทหักไว้เป็นค่าตอบแทน 10 เปอร์เซ็นต์ กระทั่งเวลาผ่านไป 1 กว่า 1 เดือน ก็ยังไม่ได้เงินจึงได้ไปสอบถามเพื่อนที่เล่นแชร์ด้วยกันก็บอกว่าไม่ได้เหมือนกัน พอไปสอบถามกับ เจ้ก้อย ก็บ่ายเบี่ยงอ้างโน่นอ้างนี้ จึงรู้ว่าถูกหลอกจึงได้พากันเข้าแจ้งความ แต่ผ่านไปเกือบ 3 เดือนแล้วก็ไม่มีความคืบหน้า จึงได้พากันมาร้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดให้ช่วยเหลือ โดยอยากให้ เจ้ก้อนนำเงินที่ร่วมลงทุนมาคืน และดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อจะได้ไม่ไปหลอกลวงคนอื่นซ้ำอีก
ขณะที่นายชุมพล ภูผานิล ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดบุรีรัมย์ ระบุว่า เบื้องต้นทางศูนย์ดำรงธรรมก็ได้รับเรื่องร้องไว้ พร้อมจะเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง หรือดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมายตามที่ผู้เสียหายเข้าร้องเรียนดังกล่าวต่อไป

ข่าวล่าสุด