เนชั่นทีวี

ข่าว

ปปส.รวบเครือข่ายยาเสพติดภาคเหนือ พร้อมยึดทรัพย์ 200 ล้านบาท

19 ก.ย. 2559 | nation_ent

ปปส.รวบเครือข่ายยาเสพติดภาคเหนือ พร้อมยึดทรัพย์ 200 ล้านบาท

ปทุมธานี - เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 19 กันยายน 2559 พลตำรวจเอก เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต. ประหยัชว์ บุญศรี รองผู้บัญชาการตารวจภูธรภาค 5 นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมเจ้าหน้าที่กว่า 300 นายตรวจค้นที่บ้านเลขที่ 134/412 ม.สีวลี 2 ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี และได้จับกุมนายณัฐวัฒน์ เลิศอริยธนากุล และน.ส.วราภรณ์ เลิศอริยธนากุล 2 สามีภรรยาเจ้าของบ้าน



พร้อมทั้งยึดทรัพย์ 1. อายัดเงินฝากในบัญชี จำนวน 17 บัญชี รวมเป็นเงิน 4 ล้านบาท 2. เช็คเงินสด จำนวน 18 ฉบับ รวมเป็นเงิน 1.5 ล้านบาท 3.อายัดบ้าน ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง อพาร์ทเมนท์ รวม 13 รายการ มูลค่าประมาณ 100 ล้านบาท 4. ตรวจยึดรถยนต์ จำนวน 14 คัน มูลค่าประมาณ 15 ล้านบาท 5.ตรวจยึดรถยนต์บรรทุก รถแบ็คโฮ จำนวน 16 คัน มูลค่าประมาณ 50 ล้านบาท รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดอายัด ประมาณ 200 ล้านบาท

ปปส.รวบเครือข่ายยาเสพติดภาคเหนือ พร้อมยึดทรัพย์ 200 ล้านบาท



ด้าน นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 3 ม.ค.2559 เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด ตำรวจภูธรภาค 5 โดยการอำนวยการของ พลตำรวจโท ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5, พลตำรวจตรี ประหยัชว์ บุญศรี รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จับกุมตัวนายภูมิพิพัฒน์ อินทร์ประดิษฐ์ พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 398,000 เม็ด, ไอซ์ 3 ก.ก. นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่ ดำเนินคดีในความผิดฐาน มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า,ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย

ปปส.รวบเครือข่ายยาเสพติดภาคเหนือ พร้อมยึดทรัพย์ 200 ล้านบาท



เหตุเกิดที่ บริเวณทางเข้าโรงแรมบิส รีสอร์ท ถนนเชียงใหม่ -ลำปาง ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ต่อมาวันที่ 6 ม.ค. 2559 ได้สืบสวนขยายผลจับกุมตัวนายประทีป หรือชีพ สร้อยทรัพย์ หรือนายกมลชัย อัครวินท์ธรรม กับพวกรวม 9 คน พร้อมอาวุธปืน M 16 จำนวน 5 กระบอก และอาวุธปืนเล็กยาว AK-47 จำนวน 5 และของกลางอื่นๆส่งดำเนินคดี เหตุเกิดพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ต่อเนื่องกับ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

ปปส.รวบเครือข่ายยาเสพติดภาคเหนือ พร้อมยึดทรัพย์ 200 ล้านบาท



ต่อมาได้ทำการสืบสวนขยายผลหาเครือข่าย โดยการวิเคราะห์ข้อมูลการติดต่อสื่อสาร ตรวจสอบร่องรอยทางการเงิน พบเป็นขบวนการใหญ่เชื่อมโยงกับเครือข่ายทั้งต้นทาง / ปลายทาง โดยมีนายวีระพล แซ่มู่ พักอาศัยอยู่เขต ต.แม่นะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นตัวกลางคอยประสานงานกับฝ่ายเจ้าของยาเสพติดในพื้นที่ชายแดนภาคเหนือ ในการลำเลียงยาเสพติดจากชายแดนภาคเหนือลงไปสู่พื้นที่ตอนใน และมีการว่าจ้างคนชนเผ่าในพื้นที่เป็นผู้ลำเลียงยาเสพติดจากแนวชายแดนเข้ามา มีนายสมชาย เลาเซิ้น พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ เป็นผู้จัดหา ผู้ลำเลียงทีมลำเลียงยาเสพติดส่งต่อไปยังพื้นที่ตอนใน จ.ปทุมธานี, พระนครศรีอยุธยา

ปปส.รวบเครือข่ายยาเสพติดภาคเหนือ พร้อมยึดทรัพย์ 200 ล้านบาท



อย่างไรก็ตาม ในการปฏิบัติการของขบวนการรับจ้างลำเลียงขนยาเสพติด จะใช้วิธีการลำเลียงซุกซ่อนอำพราง ไปกับรถยนต์บรรทุกพืชผลทางการเกษตร โดยมี นายฐิติวัฒน์ หนูสา, น.ส.สุนัน สารพันธ์ กับพวก รับจ้างขนลำเลียงยาเสพติด จากแนวชายแดนภาคเหนือ เข้าสู่พื้นที่ตอนใน และมีนายณัฐวัฒน์ เลิศอริยธนากุล เป็นผู้รับยาเสพติดในพื้นที่ตอนในและทำหน้าที่กระจายยาเสพติดในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล จึงได้ทำการสืบสวนติดตามเครือข่ายนี้มาโดยตลอด จนกระทั่งเมื่อวันที่ 1 พ.ค.2559 สามารถสืบสวนติดตามจับกุม นายฐิติวัฒน์ หนูสา กับพวกรวม 4 คน พร้อมด้วยของกลางคือ ยาบ้า จำนวน 218,000 เม็ด

ปปส.รวบเครือข่ายยาเสพติดภาคเหนือ พร้อมยึดทรัพย์ 200 ล้านบาท



ซึ่งใช้วิธีซุกซ่อนกับพืชผลทางการเกษตรที่บรรทุกอยู่ในรถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน ผล 8645 เชียงใหม่ ส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย เหตุเกิดบริเวณด่านตรวจยาเสพติดแม่พริก อ.แม่พริก จ.ลำปาง จากการสืบสวนขยายผลทราบว่า ยาบ้าจำนวนดังกล่าวมีผู้ร่วมขบวนการสั่งซื้อ คือนายณัฐวัฒน์ เลิศอริยธนากุล และนายเจริญ ดาวดวงสุข ซึ่งจะรอรับยาบ้าอยู่ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และใกล้เคียง จึงทำการขยายผล ต่อมาเมื่อวันที่ 2 พ.ค. 2559 ได้ขยายผลการจับกุม นายเจริญ ดาวดวงสุข อายุ 32 ปี บ้านเลขที่ 159 หมู่ 5 ต.ไก่ดา อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ ขณะมารับยาเสพติดของกลาง พร้อมตรวจยึดรถยนต์ กระบะ จานวน 1 คัน ส่วนนายณัฐวัฒน์ เลิศอริยธนากุล กับพวกหลบหนีไป เหตุเกิดที่บริเวณถนนหน้าตลาดกลางเพื่อการเกษตร ต.หันตรา อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยาต่อมาพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติจับกุมผู้ร่วมขบวนการต่อเลขาธิการ ป.ป.ส. ตาม พ.ร.บ.มาตรการในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดฯ

ปปส.รวบเครือข่ายยาเสพติดภาคเหนือ พร้อมยึดทรัพย์ 200 ล้านบาท



และศาลออกหมายจับ รวมจำนวน 7 ราย คือ นายวีระพล แซ่มู่ นายสมชาย เลาเชิ้น, นายณัฐวัฒน์ เลิศอริยธนากุล, นายเจริญ ดาวดวงสุข, น.ส.วราภรณ์ เลิศอริยธนากุล, นายสมพร ศรีสร้างคอม และ น.ส.ณัชชา ภัทรจิรประภา ในความผิดฐานสมคบกันกระทาความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดสนับสนุน

ปปส.รวบเครือข่ายยาเสพติดภาคเหนือ พร้อมยึดทรัพย์ 200 ล้านบาท

ต่อมา เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2559 พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ได้ร่วมกับ สานักงาน ป.ป.ส., กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1, 2, กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำการปิดล้อมตรวจค้นเพื่อติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหา ตรวจยึดอายัดทรัพย์สินของผู้ต้องหาและผู้เกี่ยวข้อง จำนวนกว่า 29 เป้าหมาย ในพื้นที่ 10 จังหวัด คือ ปทุมธานี 5 เป้าหมาย, ชลบุรี 4 เป้าหมาย, อ่างทอง 3 เป้าหมาย, กรุงเทพมหานคร 2 เป้าหมาย,สมุทรปราการ 1 เป้าหมาย, นครราชสีมา 1 เป้าหมาย, สระบุรี 1 เป้าหมายเชียงใหม่ 10 เป้าหมาย, ลำพูน 1 เป้าหมาย และจังหวัดน่าน 1 เป้าหมาย ภายใต้ปฏิบัติการประชารัฐตัดวงจรการค้ายาเสพติด 5-2-1 ป.ป.ส.

ปปส.รวบเครือข่ายยาเสพติดภาคเหนือ พร้อมยึดทรัพย์ 200 ล้านบาท



ด้าน พล.ต.ต. ประหยัชว์ บุญศรี รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 กล่าวว่า 2 ผัวเมียที่จับได้ครั้งนี้ เป็นตัวการสำคัญในการลำเลียงยาเสพติดจากภาคเหนือและยังเป็นนายทุนในการว่าจ้าง ลำเลียง ยาเสพติดเข้าในจ.ปทุมธานีและยังสามารถ นายสมพร ศรีสร้างคอม นายวีระพล แซ่มู่ และ นายสมชาย เลาเชิ้น ครือข่ายนี้ ถือเป็นนักค้ายาเสพติดรายสาคัญในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลางและปริมณฑล ซึ่งตัดวงจรการค้า ยาเสพติดทั้งกลุ่มนำเข้ายาเสพชายแดนภาคเหนือ กลุ่มลักลอบลำเลียงยาเสพติดและกลุ่มกระจายยาเสพติดในพื้นที่ตอนใน ซึ่งตำรวจภูธรภาค 5 ได้สืบสวนติดตามเส้นทางการเงินของเครือข่าย ตามนโยบายของ พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อตัดวงจรการเงินของนักค้ายาเสพติด เร่งลดความเดือดร้อนของประชาชน

ปปส.รวบเครือข่ายยาเสพติดภาคเหนือ พร้อมยึดทรัพย์ 200 ล้านบาท


จากการสืบสวนพฤติการณ์ของผู้เกี่ยวข้อง และยังคงพบบัญชีที่มีความเชื่อมโยงกับบัญชีเงินฝากทั้งหมดอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งจะได้ขยายผลและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องหากสืบพบการทำธุรกรรมด้านการเงินของเครือข่ายใดก็ตาม จะดำเนินการปราบปราม จับกุม ดำเนินคดี และติดตามยึดอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อตัดวงจรการค้ายาเสพติด ลดปัญหายาเสพติดในภาพรวม และสังคมต้องมีความปลอดภัยจากปัญหายาเสพติด ปัญหาอาชญากรรมที่เกี่ยวเนื่องกับยาเสพติดต่อไป.


ข่าวล่าสุด