เนชั่นทีวี

ข่าว

ฝ่ายปกครองร่วมกับทหาร ตำรวจ จู่โจมสถานบริการทั่วเมืองพัทยา

16 ก.ย. 2559 | lastman

ฝ่ายปกครองร่วมกับทหาร ตำรวจ จู่โจมสถานบริการทั่วเมืองพัทยา

ฝ่ายปกครอง อ.บางละมุง ร่วมกับทหารและตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จู่โจมเข้าตรวจสถานบริการผับ เทคบาร์ ร้านเหล้ายามราตรี ทั่วเมืองพัทยา เจอบุหรี่ไฟฟ้าในร้านเหล้า 3 เครื่อง จับพนักงานเสริฟพร้อมอุปกรณ์การเสพยาไอซ์และเจอเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีเที่ยวหลายคน นำตัวดำเนินคดี สั่งเข้มไม่ให้ฝืนทำผิดกฎหมายหากยังฝืนพร้อมใช้อำนาจมาตรา 44 ดำเนินคดีและสั่งปิด 5 ปี


เมื่อเวลา 00.15 น. วันที่ 16 กันยายน นายประพันธ์ ประทุมชุมภู ปลัดอำเภอบางละมุง (หัวหน้าฝ่ายมั่นคง) จ.ชลบุรี เป็นหัวหน้าชุดนำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่งสนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ ทหารและตำรวจ สภ.เมืองพัทยา กว่า 20 นาย ออกตรวจสอบสถานบันเทิงสถานบริการยามราตรี ทั้งผับ เทค ร้านเหล้า บาร์เบียร์ ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ฝ่าฝืนทำผิดกฎหมายทั่วเมืองพัทยา โดยมีเป้าหมายร้านดังๆ หลายแห่ง ตั้งแต่ย่านพัทยาเหนือ พัทยากลาง และพัทยาใต้ หลังได้รับคำสั่งจาก นายชาคร กัญจนวัตตะ นายอำเภอบางละมุง ให้นำกำลังทำการเข้าตรวจสอบสถานบริการในพื้นเมืองพัทยาที่ซึ่งเป็นร้านเป้าหมายที่ได้รับรายงานและรับการร้องเรียนว่ามีการฝ่าฝืนทำผิดกฎหมายทั้งในเรื่องเปิดโดยไม่ได้รับอนุญาตเปิดเกิดเวลาและมั่วสุมให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี เที่ยวรวมถึงต้องสงสัยว่านักเที่ยวราตรีจะทั่วมุมเสพยาเสพติดในสถานบันเทิง

โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าจู่โจมเข้าตรวจสอบสถานบริการสถานบันเทิงเป้าหมายหลายแห่งประกอบด้วย ร้านนัวร์ผับ ย่านแยกคาวบอย ถนนสายสามพัทยาเหนือ ซึ่งไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย และ ร้านฟินผับ ย่านถนนพัทยาสายสอง ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย ร้านนมโต ริมถนนพัทยาสายสามย่านพัทยากลาง ซึ่งร้านแห่งนี้ตรวจค้นเจอเครื่องดูดบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 3 ตัว น้ำยาหัวเชื้อกลิ่นต่างๆสำหรับบุหรี่ไฟฟ้า 3 ขวดอยู่ภายในเค้าน์เตอร์แคชชียร์

โดยเจ้าหน้าที่จับกุมตัว นายสมชาย เดวิเลาย์ อายุ 20 ปี ซึ่งผู้ที่รับเป็นเจ้าของและอ้างว่าเป็นลูกค้านำมาเสพเอาตัวไปดำเนินคดีข้อหา ครอบครองซึ่งบารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า อันเป็นสินค้าที่ห้ามขายหรือห้ามบริการสินค้า และให้บริการสูบ ซึ่งบารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า โดยไม่ได้รับอนุญาตและได้เข้าตรวจสอบวินรถจักรยานยนต์รับจ้างต้องสงสัยว่าเป็นวินเถื่อนบริเวนหน้าสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในซอยเฉลิมพระเกียติ21 (ซอยครัวไทยหรือซอยพีพีอาบอบนวดตัดซอยบัวขาว)
โดยวินจักรยานยนต์รับจ้างจุดดังกล่าวนี้ได้รับร้องเรียนว่าเป็นมีการเสริมคนมาขับขี่วินจักรยานยนต์รับจ้างเถื่อนหลายคนและเป็นวินเถื่อนโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งขณะเข้าตรวจสอบพบเพียงคนขับวินรถจักรยานยนต์รับจ้างอยู่จุดดังกล่าวคนเดียว แจ้งว่าอายุไม่ถึง 20 ปี แต่งกายสวมรองเท้าแตะไม่เหมาะสมตามกฎระเบียบตรวจสอบตรวจค้นตัวไม่พบสิ่งผิดกฎหมายซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าเพิ่งมาวิ่งวินรับจ้างไม่นานไปแจ้งชื่อไว้แต่อายุไม่ถึง 20 ปีเลยไม่ได้บัตรจึงแอบมาเสริมวิ่งรับจ้างกับเพื่อนๆ ซึ่งก็เป็นวินรับจ้างเถื่อนที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนจริงๆ จึงทำการตรวจยึดรถและทำประวัติวินจักรยานยนต์ดังกล่าวไว้

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำกำลังเข้าตรวจสอบร้าน เดอะฟาสผับ 2 พัทยา (THE FAST PUB2 PATTAYA) ภายในซอยบัวขาวซึ่งเป็นผับที่เพิ่งเปิดใหม่พบนักเที่ยวจำนวนหนึ่ง ซึ่งตรวจสอบพบว่ามีเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีเที่ยวอยู่ในร้านจำนวน 3 คน และจับกุมตัว นายพิพัฒน์ สุทวรรณ อายุ 29 ปีซึ่งเป็นพนักงานของร้านซึ่งมีอุปกรณ์การเสพยาไอซ์ซุกซ่อนไว้ในกระเป๋ากางเกง และตรวจสอบพบว่ามีฉี่สีม่วงซึ่งผู้ต้องหารับสารภาพว่าซื้อยาไอซ์มาเสพประจำจึงนำตัวไปดำเนินคดี
สำหรับการเข้าจับกุมในครั้งนี้เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่าเป็นการคุมเข้มสถานบริการสถานบันเทิงในพื้นเมืองพัทยาไม่ให้ละเลยหรือฝ่าฝืนแอบกระทำผิดกฎหมายอย่างเข้มงวดตลอดเวลาเพื่อเป็นการจัดระเบียบสังคมให้เมืองพัทยาเป็นสถานที่เที่ยวอย่างถูกต้องถูกกฎหมายทั้งกลางวันและกลางคืนซึ่งจะได้เข้าตรวจสอบอย่างต่อเนื่องหากยังพบว่ามีสถานบันเทิงสถานบริการแห่งใดฝ่าฝืนทำผิดกฎหมายก็จะให้กฎหมายเด็ดขาดในการดำเนินคดีคืออาศัยอำนาจมาตรา 44 ดำเนินการสั่งปิด 5 ปี เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อสถานบันเทิงอื่นๆ ที่ยังฝ่าฝืนอยากทำผิดกฎหมายได้อีก

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าการเข้าจับกุมของเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้ทำให้ผู้ประกอบการสถานบันเทิงที่ถูกจับดำเนินคดีแสดงความไม่พอใจบ้างก็ว่าถูกจี้จับและโวยวายให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจจับร้านอื่นๆ ที่ฝ่าฝืนทำผิดกฎหมายให้หมดทุกร้านเพราะส่วนใหญ่ก็ทำผิดกฎหมายกันหมดทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบอีกหลายแห่งและลงบันทึกข้อมูลตามที่ได้รับการแจ้งเบาะแสจากผู้ประกอบการที่มีการบอกมาดังกล่าว

ข่าวล่าสุด